ถังขยะในคอมพิวเตอร์ (Recycle Bin)

ถังขยะในคอมพิวเตอร์ (Recycle Bin) กับเรื่องน่ารู้

Recycle Bin มีหน้าที่ คือ เป็นถังสำหรับเพื่อใส่ขยะบน Windows เป็นที่เก็บไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ไม่ต้องการแล้วอยากจะลบทิ้ง สามารถเรียกกลับได้ แต่ว่าถ้าหากทำการกดคำสั่งเทถังสำหรับใส่ขยะหรือกระทำการลบไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่อยู่ในถังสำหรับใส่ขยะแล้วจะไม่อาจขอคืนข้อมูลได้ 

สำหรับผู้ใช้งาน Windows โดยปกติพวกเราสามารถสั่งกู้ไฟล์พวกนั้นกลับมาได้โดยตรงจาก Recycle Bin  ดังนั้นการเรียกใช้งานไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่อยู่ใน Recycle Bin คืน สามารถทำได้ดังนี้

  1. ดับเบิ้ลคลิก ณ บริเวณ Recycle Bin สำหรับเปิดหน้าต่างในการทำงานขึ้นมา
  2. เลือกไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่อยากจะกู้คืน
  3. คลิกที่ตัวเลือกที่ขึ้นว่า File จากนั้นเลือก Restore หรือ คลิกขวาเลือก Restore

หากเราตั้งการเคลียร์ถังขยะให้โล่งไม่หลงเหลือสิ่งที่เราไม่ต้องการ เราสามารถทำการลบไฟล์ใน Recycle Bin ได้ แต่ต้องทบทวนดีๆ เพราะถ้าหากดำเนินการไปแล้วจะไม่สามารถนำกลับคืนมาได้อีก

การลบไฟล์ทั้งหมดใน Recycle Bin สามารถทำได้ 2 วิธีดังนี้

วิธีที่ 1 

1) Double click ณ บริเวณตำแหน่ง Recycle Bin สำหรับเปิดหน้าต่างในการทำงานขึ้นมา

2) ทำการเลือกไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่อยากจะลบ

3) คลิกที่ตัวเลือกที่ขึ้นว่า File จากนั้นเลือกตัวเลือก Delete หรือ คลิกขวาเลือก Delete

 

วิธีที่ 2

1) Double click ณ บริเวณ Recycle Bin สำหรับเปิดหน้าต่างในการทำงานขึ้นมา

2) คลิกที่ตัวเลือกที่ขึ้นว่า File จากนั้นเลือก Empty Recycle Bin

หรือ สังเกตรูป Recycle Bin ที่แสดงให้เห็นตรงบน Desktop คลิกขวาที่ตรงนี้ จากนั้นเลือก Empty Recycle Bin โดยจะแสดงหน้าต่างบางอย่างขึ้นมาเพื่อยืนยันการลบ

ถ้าหากคลิก Yes เท่ากับว่าไม่ได้อยากลบไฟล์หรือโฟลเดอร์จากแผ่นดิสก์

ถ้าคลิกเลือก No เท่ากับว่า ยืนยันที่จะลบไฟล์หรือโฟลเดอร์ออกมาจากแผ่นดิสก์

คำเตือน คือ เมื่อลบแล้วไม่อาจขอคืนไฟล์หรือโฟลเดอร์กลับมาได้

ทั้งนี้อาจจะมีบางครั้งที่พบว่า เมื่อดำเนินการลบบางอย่างไปแล้ว ทำบางไฟล์ถึงไม่ได้หายไป ไม่ไปอยู่ที่ถังสำหรับใส่ขยะ Recycle Bin สาเหตุที่เป็นเช่นนี้อาจเกิดขึ้นได้จาก 2 กรณี ในกรณีที่1 เมื่อตอนที่คุณทำการลบหากคุณกดปุ่ม Shift แล้วกดคำสั่งลบไฟล์ (ไฟล์จะไม่อยู่ใน Recycle Bin) ในกรณีที่ 2 ถ้าหากคุณลบภายใต้คำสั่ง CMD (Command) ไฟล์พวกนั้น จะไม่เก็บใน Recycle Bin

มาถึงตรงนี้ผู้เขียนหวังว่าเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ Recycle Bin  คงจะสามารถช่วยให้คุณสามารถรู้เรื่องและใช้งานเกี่ยวกับ Recycle Bin ได้มากขึ้นกว่าเดิมและช่วยให้คอมพิวเตอร์ของคุณสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้ก็อย่าลืมที่จะหมั่นดูแลถังสำหรับใส่ขยะบ่อยๆ เพราะว่าถ้าหากมีขยะมากขึ้นก็สิ้นเปลืองพื้นที่ในคอมพิวเตอร์โดยไร้ประโยชน์

ถังขยะในคอมพิวเตอร์ (Recycle Bin)

การใช้ while Loop

การใช้ while Loop ในแบบ PHP มีดังนี้

นักพัฒนาเว็ปไซต์ที่เก่งๆหรือขั้นชำนาญแล้วนั้น ต้องรู้จักการใช้ while loop กันมาบ้าง ไม่มากก็น้อย เพราะเป็นการเขียนโค้ดที่ทรงพลัง ช่วยลดการทำงานต่างๆได้เป็นอย่างดี

ช่วยในการคำนวณ หรือปริ้นข้อมูลที่ทำซ้ำๆ เราก็ไม่ต้องเขียนเงื่อนไขเดิมๆหลายๆรอบ เพียงแต่ใช้คำสั่งจำพวก while loop ช่วยเหลือ ซึ่งการทำงานของมันเป็นอย่างไรนั้น มาลองดูกันเลยดีกว่า

การใช้คำสั่ง For Loop แบบเดิมๆ เบสิคๆนั้น เราต้องรู้จำนวนรอบที่แน่นอนในการคำนวณ ว่าชุดข้อมูลที่เราจะคำนวณหรือวิเคราะห์นั้น จะคิดกี่รอบ 5 รอบ 10 รอบ 100 รอบ 1000 รอบ เป็นต้น แต่ว่า ก็มีหลายๆเคส หลายๆครั้ง ที่เราเองก็ไม่อาจทราบได้ว่าจะต้องคิดกี่รอบ คิดไปถึงเมื่อไหร่ เช่น เราไม่รู้ว่าลูกค้าวันนึงจะสั่งของกี่รอบ ต้องตัดบิลกี่ครั้ง อะไรเหล่านี้เป็นต้น

เราสามารถใช้คำสั่ง while loop ทำงานได้เช่นกัน โดยกำหนดเงื่อนไข เอาไว้ให้ทำงาน ซึ่งแบ่งได้สองแบบคือ

เช็คเงื่อนไขก่อนแล้วค่อยทำ หรือ ทำก่อนแล้วค่อยเช็คเงื่อนไข ดังนี้

  • เช็คเงื่อนไขก่อนแล้วค่อย ข้อเสียของการทำงานแบบนี้คือ อาจจะเป็นไปได้ที่บางครั้งโค้ดจะไม่ทำงานเลย เพราะว่ามันไม่เข้าเงื่อนไขเลยซักรอบ หรือตั้งแต่ทีแรก อะไรแบบนี้

การทำงานให้ใช้แบบนี้ while(เงื่อนไข){ ถ้าเงื่อนไขเป็นจริง ทำให้ทำในนี้ }

  • แบบที่สองนี้คือ ทำก่อนหนึ่งรอบ แล้วค่อยเช็คเงื่อนไข ซึ่งการทำแบบนี้ อย่างน้อยๆ มีการทำก่อนหนึ่งรอบแน่นอนการรันตี แล้วค่อยไปเช็คเงื่อนไขว่าทำเพิ่ม ทำต่อได้อีกไหม ซึ่งเขียนได้แบบนี้

Do{ }while(เงื่อนไข);

ซึ่งหากลองยกตัวอย่างดูเช่น ให้ลองคำนวณผลคูณกำลังสองของเลข 5 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีค่าเกินกว่า 1000 แล้วให้หยุด ก็จะเป็นดังนี้

วิธีแรก <?php 

    $result = 1;

    while($result <= 1000){

        $result = $result *5;

        echo “<br>”.$result;

    }

?>

วิธีที่สอง

<?php 

    $result = 1;

    do{

        $result = $result *5;

        echo “<br>”.$result;

    }

    while($result <= 1000);

?>

จะได้ผลลัพธ์เหมือนกันคือ 5 25 125 625 3125 แล้วก็หยุด เพราะ 3125 เป็นเลขที่เกิน 1000 ตามเงื่อนไขแล้ว จึงไม่นำไปคำนวณต่อ

การใช้ while Loop

จากปลายดินสอของ BTS สู่คาแรกเตอร์ BT21 ( Line friend )

ในเวลานี้คงจะไม่มีใครเลยที่จะไม่รู้จักวงบอยแบนด์สัญชาติเกาหลีที่โด่งดังไปไกลถึงระดับโลกอย่างวง BTS หรือเรียนกันสั้นๆง่ายๆว่า บังทัน

มีสมาชิกในวง 7 คน คือ อาร์เอ็ม, จิน, ชูก้า, เจโฮป, จีมิน, วี และจองกุก ซึ่ง ณ ตอนนี้ตัววงได้สร้างมูลค่าทางการตลาดไว้อย่างสูงมาก ไม่ว่าจะเรื่องการออกอัลบั้มเพลง การแสดงคอนเสิร์ต รายการเรียลลิตี้เดี่ยวๆของวง การออกสินค้าของตัววงบังทันเอง หรือแม้แต่เป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้า

แค่เฉพาะค่าโฆษณาสินค้าก็สามารถทำเงินได้สูงที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ โดยได้รับค่าตัวขั้นต่ำสูงถึง 3-5 พันล้านวอน หรือ ประมาณ 78-130 ล้านบาทกันเลยทีเดียว ซึ่งในตอนนี้ตัววงบังทันทำแรงค์อยู่ในระดับ S ของค่าตัวโฆษณาคนดังของประเทศเกาหลี

ซึ่งเป็นบอยแบนด์วงเดียวที่สามารถทำได้ แต่บังทันก็ไม่หยุดความดังของตัวเองเอาไว้เฉพาะแค่ที่ตัววง แต่ยังนำพาความดังไปจนถึงคาแรกเตอร์ BT21 ที่บังทันได้ร่วมมือกับทาง Line Application แอพสื่อสารที่มีผู้ใช้ไปทั่วโลก โดยคาแรกเตอร์ BT21 มีออกมาถึง 8 คาแรกเตอร์หลักๆด้วยกัน

โดยแต่ละตัวถูกออกแบบโดยสมาชิกบังทัน ซึ่งแต่ละตัวนั้นบอกได้เลยว่าได้ใส่นิสัยส่วนตัวของบังทันลงไปด้วย คาแรกเตอร์ BT21 จึงเต็มไปด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่น และไม่เหมือนใคร

ซึ่งคาแรกเตอร์แต่ละตัวคือ

  • โคย่า (Koya) ออกแบบโดย อาร์เอ็ม เป็นเจ้าหมีโคอะล่าสีฟ้าสดใส มีจมูกสีม่วงน่ารัก และหูโตๆกลมๆ เจ้าโคย่าจะดูง่วงนอนและหลับตลอดเวลา เป็นหมีที่ขี้เซาแต่เมื่อตกใจหรือสะดุ้ง หูของเจ้าโคย่าก็จะหลุดออกมา 
  • อาร์เจ (RJ) ออกแบบโดย จิน เป็นอัลปาก้าสีขาวผูกผ้าพันคอสีแดง เป็นคาแรกเตอร์ที่ตัวสูงที่สุด เจ้าอาร์เจรักการทำอาหารและการกินเป็นชีวิตจิตใจ โดยขนของอาร์เจนั้นนุ่มนิ่มมากใครๆก็ชอบกอด เพราะรู้สึกอบอุ่นเหมือนได้อยู่ที่บ้านเลย
  • ชูกี้ (Shooky) ออกแบบโดย ชูก้า เป็นคาแรกเตอร์ที่ตัวเล็กที่สุดในบรรดาทั้ง 7 ตัว ชูกี้เป็นคุกกี้ที่มีนิสัยร่าเริง เสียงดัง มีนิสัยชอบแกล้งเพื่อนๆ ชอบอยู่ตัวติดกันกับคูกี้ ส่วนของที่เกลียดมากที่สุดเลยคือ นม
  • มัง (Mang) ออกแบบโดย เจโฮป เป็นคาแรกเตอร์ลึกลับที่มีตัวสีม่วงและใส่หน้ากากม้าสีฟ้ามีจมูกรูปหัวใจ รักการเต้นเป็นที่สุด ไม่ว่าจะมีเสียงดนตรีที่ไหนมังก็สามารถลุกขึ้นมาเต้นให้เข้ากับจังหวะได้ แต่ตัวจริงของมังเป็นยังไงก็ยังคงเป็นความลับอยู่ 
  • ชิมมี่ (Chimmy) ออกแบบโดย จีมิน หมาน้อยสีขาวหูดำที่ใส่ชุดฮู้ดสีเหลืองทั้งตัว หมาน้อยแสนร่าเริง แต่ตั้งใจทำงานมากๆเลยนะโดยเฉพาะสิ่งที่ชิมมี่สนใจ
  • ทาทา (Tata) ออกแบบโดย วี เป็นคาแรกเตอรืที่หัวเป็นรูปหัวใจ และตัวเป็นสีน้ำเงินลายจุดสีเหลือง เป็นเจ้าชายจากดาวเคราะห์ BT มีพลังวิเศษ ร่างกายสามารถยืดหดได้ตามชอบใจ มีนิสัยแปลกๆแต่รักเพื่อนฝูง เป็นคาแรกเตอร์ตัวแรกที่รวบรวมสมาชิกทุกตัวจนออกมาเป็นแก๊ง BT21 
  • คูกี้ (Cooky) ออกแบบโดย จองกุก กระต่ายน้อยสีชมพูมีหูพับลงมา 1 ข้าง คูกี้รักการออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจแถมยังฝันว่าอยากจะมีกล้ามอันแข็งแรงบนตัวของเค้าเอง คูกี้มักจะอยู่ตัวติดกับชูกี้ และคูกี้ยังเป็นที่พึ่งพาของเพื่อนๆได้อีกด้วย คูกี้มักจะเขียนคิ้วขวาด้วยตัวเองเพราะอยากให้หน้าดูดุดัน
  • แวน (Van) ออกแบบโดยสมาชิกทุกคน เป็นคาแรกเตอร์หุ่นยนต์ที่เหมือนจะรู้ทุกๆสิ่งในกาแล็กซี่ ทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ BT21 ตลอด 7 วัน และ24 ชั่วโมง

และนั้นคือคาแรกเตอร์ BT21 ทั้งหมดที่ถูกออกแบบมาจากปลายดินสอของ BTS ซึ่งเจ้าคาแรกเตอร์ BT21 ก็ไม่น้อยหน้าในการตีตลาดพอๆกับบังทัน เพราะเมื่อมีสินค้า BT21 ออกมาก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เพราะสินค้าแต่ละอย่างช่างน่ารัก และมีสินค้าหลากหลายประเภทซึ่งสามารถใช้ได้ทุกเพศทุกวัย

ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย แถมยังมี collab กับสินค้าแบรนด์อื่นๆอีกมากมาย ออกมาเป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์ โดดเด่น น่ารัก เต็มไปหมด เช่น รองเท้า Skechers, ปากกา Lamy, ร้านสเตชั่นแนรี่ Monopoly และ ฯลฯ เป็นต้น

ถือว่า Line คิดไม่ผิดจริงๆที่ดึงหนุ่มๆวง BTS มาร่วมออกแบบคาแรกเตอร์ และออกสินค้ามากมายเพื่อกินส่วนแบ่งทางการตลาด และสร้างรายได้มากมายให้กับบริษัท เพราะนอกจากจะดึงแฟนคลับมาซื้อสินค้าได้แล้ว ยังสามารถจำหน่ายลูกค้าทั่วไปได้อีกด้วย

จากปลายดินสอของ BTS สู่คาแรกเตอร์ BT21 ( Line friend )

มาทำความรู้จัก Facebook กันเถอะ

Facebook คืออะไรกันนะ 

         อาจกล่าวได้ว่าทุกวันนี้ไม่มีใครในโลกนี้ที่ไม่รู้จัก Facebook  หลายคนใช้งานเฟสบุ๊กเพื่อเอาไว้บรรยายความรู้สึก รัก เบื่อ เศร้า เป็นการระบายความในใจออกมา

แต่หลายคนต้องการแชร์ประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ได้ไปเที่ยวมาให้เพื่อนๆในเฟสบุ๊กรู้ และยังมีอีกหลายคนที่ใช้เฟสบุ๊กเพื่อการพานิชย์ สำหรับขายสินค้า แต่จะมีใครที่รู้จักความหมายของเฟสบุ๊กที่แท้จริงว่ามีคืออะไร และมีประวัติความเป็นมาอย่างไร เราลองมาหาความหมายของเฟสบุ๊กกันดีกว่าค่ะ

Facebook คือ ช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างกลุ่มคนที่ใช้เฟสบุ๊กด้วยกันผ่านทางสัญญาณอินเตอร์เน็ต

          ซึ่งช่องทางการติดต่อกันนี้เราสามารถทำกิจกรรมได้หลายอย่าง ทั้งการเขียนข้อความถึงกัน ระบายความรู้สึกให้กันฟัง โพสต์ภาพหรือคลิปวีดิโอเพื่อแชร์ให้คนในกลุ่มในเฟสบุ๊กด้วยการเห็นและร่วมแสดงความรู้สึก รวมถึงการไลฟ์ขายสินค้าและเล่นเกมด้วยกันในกลุ่ม และยังสามารถส่งข้อความสนทนากับแบบเรียลไทม์ได้ด้วย

ซึ่งเฟสบุ๊กยังสามารถทำกิจกรรมอีกหลายๆอย่างได้มากกว่าที่กล่าวมานี้ ที่สำคัญปัจจุบันมีการพัฒนาแอพลิเคชั่นขึ้นมาเพื่อนำมาเชื่อมต่อกับเฟสบุ๊กให้ใช้งานได้ด้วยกันได้ ทำให้เฟสบุ๊กมีลูกเล่นมากหมายอีกหลายอย่าง ปัจจุบันคนไทยมีการใช้งานเฟสบุ๊กเป็นจำนวน ทั้งในเรื่องของการแชร์ข่าวสารให้คนในสังคมรับทราบและการโพสต์ขอความช่วยเหลือจากคนในสังคมก็สามารถทำได้

           สำหรับการเปิดการใช้งานเฟสบุ๊กในครั้งแรกมีขึ้นที่มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด โดยมีนักศึกษาของมหาวิทยาลัยดังกล่าวเป็นคนคิดค้น นั่นก็คือ Mark Zuckerburg นั่นเอง ซึ่งมีการเปิดตัวเมื่อวันที่  4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 โดยหลังจากเปิดตัวในมหาวิทยาลัยเพียงแค่สองสัปดาห์เท่านั้น

นักศึกษาของมหาวิทยาลัยดังกล่าวก็ต่างพากันสมัครเป็นสมาชิกกันอย่างมากมาย จนอาจกล่าวได้ว่าครึ่งหนึ่งของนักศึกษามหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด เป็นสมาชิกของเฟสบุ๊กได้เลย และเมื่อเฟสบุ๊กเริ่มเป็นที่นิยมในมหาลัยมากขึ้น

มหาวิทยาลัยอื่นๆที่รู้ข่าวการใช้งาน application Facebook ต่างก็ต้องการที่จะทดลองใช้งานด้วยเหมือนกัน Mark Zuckerburg จึงได้ชวนเพื่อนสนิทที่ชื่อ  Dustin Moskowitz และ Christ Hughes มาร่วมกันพัฒนา Application Facebook เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และผ่านไปเพียงไม่นานภายในระยะเวลา 4 เดือนเฟสบุ๊กก็เป็นที่รู้จักมากขึ้นและมีคนใช้งานเพิ่มมากขึ้น

รวมถึงนักศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆรวมกว่า 30 แห่งสมัครเป็นสมาชิกเฟสบุ๊ก ซึ่งผลจากการตอบรับ application Facebook ที่มีอย่างมากมายส่งผลให้มาร์ค ได้รู้จักกับนายทุนคนหนึ่ง ชื่อ Peter Thiel ซึ่งได้ร่วมลงทุนพัฒนา application Facebook ร่วมกับมาร์คและเพื่อน จนตอนนี้  application Facebook โด่งดังเป็นที่รู้จักและมีการใช้งานมากจากทุกคนทั่วโลก ส่งผลให้มาร์คและเพื่อนๆร่ำรวยขึ้นมา

มาทำความรู้จัก Facebook กันเถอะ