การเล่นกีฬาสำคัญอย่างไร?

การเล่นกีฬา หมายถึง กิจกรรมที่ทำให้เด็กได้พัฒนาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อใหญ่ เช่น กล้ามเนื้อแขน ขา มือ ลำตัว การประสานสัมพันธ์ของอวัยวะส่วนต่างๆ รวมถึงการควบคุมการทรงตัวขณะปฏิบัติกิจกรรมด้วย กีฬาสำหรับเด็กปฐมวัยเป็นเกมการแข่งขัน เกมการละเล่น เกมพลศึกษาที่มีกฎกติกา ข้อตกลงในการเล่น มีลำดับขั้นตอนการเล่น และมีการตัดสินแพ้-ชนะ ทั้งนี้มุ่งให้เด็กได้พัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ และสังคมไปพร้อมกัน

การเล่นกีฬาสำคัญอย่างไร?

ลักษณะของพัฒนาการในการใช้กล้ามเนื้อใหญ่ของเด็ก มักปรากฏออกมาในรูปของการเคลื่อนไหว ซึ่งในเด็กแรกเกิดจะเป็นการเคลื่อนไหวไปตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องได้รับการฝึกหัด เช่น การดิ้นไปดิ้นมา การไขว่คว้า แต่เมื่อเด็กโตขึ้น ระดับของการเคลื่อนไหวจะเพิ่มขึ้นจากการดิ้น คลาน มาเป็นการยืน เดิน วิ่ง กระโดด และการเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนมากขึ้น การเล่นกีฬา

เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาทางด้านร่างกาย โดยเฉพาะความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อใหญ่ให้กับเด็กปฐม วัยได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกวิธีการหนึ่ง และเพื่อพัฒนาด้านอารมณ์และสังคม โดยการปลูกฝังความมีน้ำใจนักกีฬา รู้จักแพ้ รู้จักชนะ รู้จักการให้อภัย และรู้จักเคารพกติกา เพราะการเล่นกีฬาสำหรับเด็กในระดับปฐมวัยจะเป็นรูปแบบของการเล่นที่มีกฎกติกา มีวิธีการแข่งขันง่ายๆ ไม่ซับซ้อน และเหมาะสมกับวัยของเด็ก บางครั้งอาจจะนำประเภทของกีฬาที่ใช้ในการแข่ง ขันกับเด็กโตมาปรับใช้ บางครั้งอาจเป็นเกมพลศึกษา เช่น การวิ่งเก็บของ เกมประเภทผลัด เป็นต้น และในบางครั้งอาจจะเป็นกีฬาสำหรับเด็กปฐมวัยที่ใช้การละเล่นของไทย เช่น การแข่งขันชักเย่อ วิ่งเปี้ยว เป็นต้น ในปัจจุบันนี้หน่วยงานต่างๆที่รับผิดชอบการจัดการศึกษาได้จัดให้มีประเภทของกีฬาระดับอนุบาลและให้มีการแข่งขันกัน ซึ่งนอกจากจะมุ่งพัฒนาความแข็งแรงทางด้านร่างกายแล้ว ยังมีการตัดสินเพื่อให้รางวัลแพ้ชนะกันอีกด้วย

เด็กจะได้รับประโยชน์อะไรจากการเล่นกีฬา?

การเล่นกีฬาหรือเกมการเล่นกลางแจ้งสำหรับเด็กปฐมวัย ช่วยให้เด็กได้รับประโยชน์ ดังนี้

  • มีการเคลื่อนไหวร่างกายในส่วนต่างๆ เช่น แขน ขา มือ ลำตัว และศีรษะ รวมถึงการควบคุมการเคลื่อนไหว การทรงตัว การประสานกันของการเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นการพัฒนาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อใหญ่
  • ทำให้เด็กมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง สามารถใช้อวัยวะส่วนต่างๆ ทำงานต่างๆได้ดี มีความสามารถในการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายในการใช้กล้ามเนื้อใหญ่
  • การเล่นกีฬาทำให้เด็กรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย ทำให้มีอารมณ์ดี
  • รู้จักบทบาทของตนเองในการเล่นและการเรียนรู้กระบวนการกลุ่ม
  • มีผลต่อพัฒนาการทางด้านสติปัญญา เช่น การเล่นทำให้เด็กได้คิดแก้ปัญหา เกิดจินตนาการและความคิดสร้าง สรรค์ การเรียนรู้ทางด้านคณิตศาสตร์ เช่น การแบ่งจำนวนผู้เล่นให้เท่ากัน การยืนเรียงแถว การนับจำนวนสมาชิกในแต่ละทีมในการเล่นกีฬา เป็นต้น
  • ฝึกสมองในการคิด การตัดสินใจ การแก้ปัญหา การคาดคะเน
  • การรับรู้กฎ กติกามารยาท การทำสิ่งต่างๆด้วยความสุข รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย
  • เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้สำรวจโครงสร้างทางด้านสรีระ เช่น การใช้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆของร่างกาย ฝึกการเคลื่อนไหว การใช้พลังงานของร่างกาย และยังช่วยให้เด็กได้ค้นหาความสามารถพิเศษของตนเอง

ครูจัดกิจกรรมการเล่นกีฬาให้ลูกอย่างไร?

สำหรับกิจกรรมการเล่นกีฬาที่มีความเหมาะสมกับเด็กปฐมวัยที่ครูสามารถจัดให้เด็กได้เล่นแข่งขันกัน ซึ่งนอกจากเด็กจะได้ รับการพัฒนาความสามารถในด้านกล้ามเนื้อใหญ่แล้ว การเล่นกีฬายังฝึกให้เด็กได้เรียนรู้กฎ กติกา ข้อตกลง ส่งเสริมกระบวนการกลุ่ม และสร้างความสนุกสนานให้กับเด็กได้อีกด้วย ส่วนใหญ่ประเภทของกีฬาที่นำมาใช้สำหรับเด็กปฐมวัยจะเป็นประเภทของการแข่งขันเป็นทีม เกมการละเล่นหรือเป็นเกมพลศึกษา ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนี้จะอยู่ในกิจกรรมกลางแจ้งซึ่งปัจจุบันหน่วยงานที่รับผิดชอบการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยยังได้จัดให้มีการแข่งขันกีฬาระดับอนุบาลขึ้น มีการกำหนดกฎระเบียบการแข่งขัน มีการตัดสินแพ้-ชนะตามข้อตกลงหรือกติกา สำหรับตัวอย่างของกีฬาสำหรับเด็กปฐมวัยที่ครูมักนำ มาจัดให้เด็กได้เล่นหรือแข่งขันที่โรงเรียน เป็นกิจกรรมที่ไม่ซับซ้อน เน้นการเล่นที่ให้เด็กได้ฝึกทักษะการใช้กล้ามเนื้อใหญ่ ได้เคลื่อนไหวร่างกายด้วยการวิ่ง การกระโดด การเล่นกับอุปกรณ์ เช่น ลูกบอล ห่วง เชือก ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่เด็กคุ้นเคย และนำมาดัดแปลงเพื่อประโยชน์ในการเล่นหรือการแข่งขัน ซึ่งกีฬาชนิดต่างๆที่ใช้กับเด็กมักจะเป็นเกมการละเล่น เกมพลศึกษา และการประยุกต์กีฬาที่ใช้กับผู้ใหญ่มาใช้ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

  • กระโดดข้ามบอลจุดประสงค์ ฝึกทักษะการกระโดดด้วยเท้าทั้ง 2 ข้าง ข้ามสิ่งกีดขวาง และการร่วมกิจกรรมด้วยความสนุกสนาน

    อุปกรณ์ ลูกบอล นกหวีด

    กติกาและวิธีเล่น

    1. แบ่งเด็กออกเป็น 2 ทีม จำนวนเท่ากัน
    2. วางลูกบอลเรียงกัน 2 แถวๆละ 5 ลูกให้ห่างกัน 50 เซนติเมตร
    3. เมื่อได้ยินสัญญาณจากครู เด็กที่อยู่หัวแถวของแต่ละทีมกระโดดด้วยเท้าทั้ง 2 ข้าง ข้ามลูกบอลแต่ละลูกจนถึงลูกสุดท้ายและให้กระโดดกลับมาสัมผัสมือคนต่อไป ถ้าทีมใดกระโดดข้ามลูกบอลได้เร็วกว่าจะเป็นผู้ชนะ โดยขณะกระโดดต้องไม่ให้ส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายไปสัมผัสกับลูกบอล
  • สะพานคนเก่งจุดประสงค์ ฝึกทักษะการทรงตัว พัฒนาความเชื่อมั่นในตนเอง และสร้างความสนุกสนาน

    อุปกรณ์ กระดานทรงตัวความกว้าง 20 เซนติเมตร ยาว 3 เมตร วางสูงจากพื้น 20 เซนติเมตร นกหวีด

    กติกาและวิธีเล่น

    1. แบ่งเด็กออกเป็น 2 ทีม จำนวนเท่ากัน
    2. เมื่อได้ยินสัญญาณจากครูให้เด็กที่อยู่หัวแถวของแต่ละทีม เดินทรงตัวต่อเท้าบนกระดานทรงตัว แล้วเดินกลับมาสัมผัสมือคนต่อไป ทีมใดเดินได้ครบทุกคนก่อนจะเป็นผู้ชนะ โดยขณะเดินจะต้องไม่เสียการทรงตัวตกจากกระดานทรงตัว ถ้าพลาดต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ที่จุดแรก
  • วิ่งเก็บลูกบอลสีใส่ตะกร้าจุดประสงค์ ฝึกทักษะการควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อแขน ขา และลำตัวได้อย่างประสานสัมพันธ์ ฝึกทักษะการทรงตัว และเพื่อความสนุกสนาน

    อุปกรณ์ ลูกบอลสี ตะกร้า นกหวีด

    กติกาและวิธีเล่น

    1. แบ่งเด็กออกเป็น 2 ทีม จำนวนเท่ากัน
    2. กำหนดจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดให้มีระยะห่างกัน 5 เมตร วางลูกบอลสีจำนวน ทีมละ 30 ลูก ที่จุดเริ่มต้นและวางตะกร้าไว้ที่จุดสิ้นสุดของแต่ละทีม
    3. เมื่อได้ยินสัญญาณจากครู เด็กที่อยู่หัวแถวของแต่ละทีม หยิบลูกบอลสีวิ่งนำไปใส่ในตะกร้าที่เป็นจุดสิ้นสุดของแต่ละทีม แล้ววิ่งมาสัมผัสมือคนที่ 2 ทำเช่นนี้เรื่อยๆไป ถ้าทีมใดสามารถนำลูกบอลสีไปใส่ในตะกร้าได้หมดก่อน ถือว่าชนะ
  • ข้ามสิ่งกีดขวางจุดประสงค์ ฝึกทักษะการใช้กล้ามเนื้อขา การทรงตัว การสำรวจพื้นที่และการตระหนักในการใช้ร่างกายในสถานการณ์ต่างๆ

    อุปกรณ์ เชือก กล่องไม้ เทปกาว ลูกบอล ตะกร้า นกหวีด

    กติกาและวิธีเล่น

    1. แบ่งเด็กออกเป็น 2 ทีม จำนวนเท่ากัน
    2. กำหนดสิ่งกีดขวางไว้จำนวน 5 จุดดังนี้ จุดที่ 1 การกระโดด 2 ขา ข้ามเชือกความสูง 1 ฟุต จุดที่ 2 เดินบนกล่องไม้ จุดที่ 3 การกระโดดขาเดียวตามเส้นระยะทาง 2 เมตร จุดที่ 4 การโยนลูกบอลลงตะกร้า 5 ลูก ระยะห่าง 2 เมตร และจุดที่ 5 การเดินทรงตัวต่อเท้าถอยหลังตามเส้นระยะทาง 1 เมตร
    3. เมื่อได้ยินสัญญาณให้คนที่ยืนหัวแถวของแต่ละทีมข้ามสิ่งกีดขวาง จำนวน 5 จุด เมื่อทำได้ครบให้วิ่งกลับมาสัมผัสมือคนต่อไป และให้ปฏิบัติเช่นเดียวกันไปเรื่อยๆ ถ้าทีมใดทำได้เสร็จก่อน จะเป็นผู้ชนะ
  • โยนลูกบอลลงตะกร้าจุดประสงค์ ฝึกทักษะการใช้กล้ามเนื้อแขน มือ การประสานกันระหว่างตาและมือ และฝึกทักษะความคล่องแคล่วของการใช้มือ

    อุปกรณ์ ลูกบอลสี ตะกร้า นกหวีด

    กติกาและวิธีเล่น

    1. แบ่งเด็กออกเป็น 2 ทีม
    2. วางตะกร้าสำหรับโยนลูกบอลสีให้ห่างจากจุดเริ่มต้นของแต่ละทีมประมาณ 3 เมตร ให้ลูกบอลสีสำหรับใช้โยนทีมละ 50 ลูก
    3. เมื่อได้ยินสัญญาณจากครู ผู้เล่นของแต่ละทีมช่วยกันโยนลูกบอลสีลงตะกร้าให้ได้มากที่สุดภายในเวลาที่ครูกำหนด ทีมใดโยนลูกบอลสีลงตะกร้าได้มากกว่า เป็นผู้ชนะ
  • เล่นชักเย่อจุดประสงค์ เพื่อฝึกทักษะการใช้กล้ามเนื้อแขน ขา มือ ฝึกทักษะการทรงตัว ฝึกความสามัคคีในการเล่นเป็นกลุ่ม

    อุปกรณ์ เชือกขนาดใหญ่ นกหวีด เทปกาว

    กติกาและวิธีเล่น

    1. แบ่งเด็กออกเป็น 2 ทีม จำนวนเท่ากัน
    2. นำเชือกเส้นใหญ่ที่ไม่คมมาวางตรงเส้นแบ่งเขต ให้เชือกอยู่ตรงกึ่งกลางเส้นพอดี ให้ผู้เล่นทั้งสองทีมไปยืนข้างเชือก กะระยะให้ห่างกันพอให้ไม่ชนกันตอนเอนตัวดึงเชือก เมื่อวางระยะดีแล้ว ผู้เล่นแต่ละทีมจะจับเชือกให้สูงประมาณเอว เมื่อครูให้สัญญาณ ผู้เล่นทั้งสองทีมต่างดึงเชือกเพื่อให้ผู้เล่นอีกฝ่ายมาในทิศทางของตน ฝ่ายใดสามารถดึงผู้เล่นอีกฝ่ายให้เข้ามาอยู่ในเขตของตนเองได้มาก จะถือว่าชนะ

พ่อแม่จะส่งเสริมการเล่นกีฬาให้ลูกได้อย่างไร?

การเล่นกีฬาหรือการออกกำลังกายมีความสำคัญและจำเป็นสำหรับสุขภาพของเด็กปฐมวัย เพราะเป็นการเคลื่อนไหวที่ทำให้อวัยวะแต่ละส่วนทั้งภายในและภายนอกร่างกายทำงานได้เต็มที่ เช่น การที่เด็กได้เล่นโยนลูกบอลลงตะกร้า เด็กได้ใช้กล้าม เนื้อใหญ่ คือแขน ขา ซึ่งจะช่วยให้พัฒนากล้ามเนื้อที่แข็งแรงยิ่งขึ้น อีกทั้งยังทำให้การทำงานของหัวใจมีสมรรถภาพดียิ่งขึ้นด้วย ดังนั้น พ่อแม่ ผู้ปกครองจึงควรส่งเสริมให้เด็กได้ออกกำลังกายทุกวันด้วยการสร้างลักษณะนิสัยการออกกำลังกาย ดังนี้

  • เป็นแบบอย่างของการดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังให้เด็กเห็นและปฏิบัติตามเป็นประจำ เช่น ชวนลูกเดินหรือวิ่งออกกำลังกายในบริเวณสนามในบ้านหรือภายในหมู่บ้าน ชวนลูกไปออกกำลังกายตามสวนสาธารณะ ศูนย์นันทนาการของชุมชน
  • ส่งเสริมให้ลูกเห็นความสำคัญของการออกกำลังกาย เช่น การดูรายการกีฬาในสื่อโทรทัศน์ แนะนำนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จให้ลูกได้รับรู้ว่า การเล่นกีฬานอกจากจะทำให้สุขภาพดีแล้วยังช่วยให้คนประสบความสำเร็จและสามารถเล่นกีฬาเป็นอาชีพได้ด้วย
  • จัดอุปกรณ์กีฬาไว้ในบ้านเพื่อกระตุ้นให้เด็กอยากเล่น เช่น ลูกบอล เชือก ห่วงยาง ไม้แบตมินตัน รองเท้ากีฬา เป็นต้น
  • ให้ความร่วมมือกับทางโรงเรียนในการให้ลูกเข้าร่วมแข่งขันหรือร่วมกิจกรรมกีฬาที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นเพื่อปลูก ฝังการมีนิสัยรักการเล่นกีฬาตั้งแต่ระดับปฐมวัย อันจะนำไปสู่การเสริมสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง

เกร็ดความรู้เพื่อครู

ครูมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการรักการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายให้กับเด็กปฐมวัย โดยการเปิดโอกาสให้เด็กได้ปฏิบัติกิจกรรมที่ต้องใช้อวัยวะส่วนต่างๆของร่างกายให้เต็มที่ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการในการเคลื่อนไหวร่างกายของเด็ก เช่น การให้อิสระเด็กได้เล่นกลางแจ้งวันละประมาณ 40 – 60 นาที การจัดกิจกรรมกลางแจ้งหรือประเภทกีฬาให้กับเด็ก เช่น เกมวิ่งเก็บของ เกมชักเย่อ เกมโยนลูกบอลลงตะกร้า การเล่นพื้นบ้านของไทย หรือจัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาตามกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของโรงเรียน นอกจากนี้ครูควรยอมรับความสามารถด้านการเล่นหรือด้านกีฬาของเด็ก จะทำให้เด็กมีความภาคภูมิใจต่อการเล่นกีฬาต่อไป

การเล่นกีฬาสำคัญอย่างไร?

ชีวิตวัยเด็กของนักฟุตบอล ที่คุณอาจไม่เคยรู้

พอดีไปตอบกระทู้นึงมา มีคนถามว่า ชีวิตนักเตะตอนเด็กแต่ละคนคนไหนรวย จน อะไรยังไงบ้าง เขียนยาวพอสมวคร เลยเอามาทำกระทู้ซะเลย ข้อมูลส่วนใหญ่ก็เขียนเท่าที่จำได้นะคะ บางอันอาจจะไม่ได้รีเชค =[]=
จำได้ว่าเคยจะเขียนหัวข้อนี้เมื่อนานมาแล้ว เลยเคยรวบรวมไว้ แต่ดันลืมของเก่าไปหมดแล้ว

เต่าเอือม


อิบราฮิโมวิค ซลาตัน : จน

พ่อแม่แยกทางกัน อิบราอยู่กับพ่อ พ่อติดเหล้า เคยทุบตีอิบราตอนเด็กๆ เคยอยู่บ้านแบบที่ไม่มีอะไรจะกินเลย เลยชอบการไปโรงเรียนมาก เพราะได้เล่นฟุตบอลและมีอาหารให้กิน เคยถูกแม่เอาช้อนไม้ตีหัวจนไม้หัก เคยขโมยจักรยานเด็กเล่น เพราะอยากได้ แต่ไม่มีใครเคยซื้อของเล่นให้ พอโตมาเลยพยายามทำให้ครอบครัวอบอุ่นที่สุด สิ่งที่ชอบที่สุดคือ อาหารต้องมีเต็มตู้เย็นเสมอ เพราะวัยเด็กต้องอดยากตลอด ตอนแรกชื่อบนหลังเสื้อตอนเล่นบอลเยาวชนคือ Zlatan พอพ่อเสียชีวิตเลยเปลี่ยนมาใช้ชื่อ Ibrahimovic เพื่อให้เกียรติพ่อ

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ : จน

พ่อแม่มีลูก 3 คน คริสเป็นคนเล็ก แม่เคยจะทำแท้งคริสตอนอยู่ในท้อง เพราะบ้านจนมาก เป็นเด็กบ้านนอก โตบนเกาะ พอโตหน่อย ถูกส่งขึ้นไปอยู่บนแผ่นดินใหญ่ที่โปรตุเกส ตอนจากบ้านครั้งแรกๆไปอยู่แคมป์ นอนร้องไห้ทุกวัน เพราะเจอเพื่อนล้อเรื่องพูดเหน่อ และเข้ากับใครแทบไม่ได้เลย (เพราะบ้านนอกของแท้) พ่อติดเหล้าอย่างรุนแรง พอคริสโด่งดังแล้ว พ่อเสียชีวิตตอนโปรตุเกสได้รองแชมป์ยูโร 2004 คริสเลยสาบานกับตัวเองว่าจะไม่กินเหล้าเด็ดขาด ปัจจุบัน .. อย่างที่รู้กัน .. เป็นนักเตะระดับโลก และกลับไปสร้างพิพิธภัณฑ์ที่เกาะบ้านเกิด เพราะ อยากให้มีคนไปเที่ยวบ้านเกิดเยอะๆ พอมีลูกก็เริ่มเปลี่ยนตัวเองจาก Playboy เป็นคนรักครอบครัว ทุกวันนี้บอกเสมอ ว่าจะทำให้ลูกเป็นคนที่มีพร้อมทุกอย่าง และจะมอบแต่สิ่งที่ดีที่สุดให้ นั่นหมายถึง ความเป็นพ่อที่ดีที่สุดด้วยเช่นกัน

ลิโอเนล เมสซี่ : จน

บ้านฐานะธรรมดา เกือบจะจน ลูกชายเล่นบอลเก่งมาก แต่เป็นเด็กตัวเล็กมากๆ ตอนเล่นบอลตอนเด็กๆ เจอเตะกลิ้งเป็นประจำ แต่ก็เป็นพวกเน้นความคล่องตัว พอรู้ว่าป่วยหมอสั่งห้ามไม่ได้เล่นกีฬาเยอะ เพราะป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับ โกรธฮอร์โมน ส่งผลกับกระดูก ทางบ้านไม่มีเงินรักษา แมวมองบาร์เซโลน่ามาเจอ เลยอาสาออกค่ารักษาให้ทั้งหมดแล้วพาไปอยู่สเปน และ … เป็นลีโอเนล เมสซี่อย่างทุกวันนี้

(เคล็ดลับการวิน บัลลงดอร์ ของเมสซิอุส มันช่าง … เอิ่บ ง่ายไปไหมลูก)

ฟรองค์ ริเบรี่ : จน

ตอนมาเตะบอลเยาวชน เวลาว่างยังต้องไปทำงานก่อสร้างช่วยที่พ่ออยู่เลย เพราะบ้านจนมาก
ตอนเด็กนั่งรถไปกับที่บ้านรถคว่ำ หน้าเสียโฉม เย็บเป็น 100 เข็มโชคดีที่รอดมาได้ แต่มีแผลเป็นบนใบหน้าเป็นทางยาว

คลินท์ เดมพ์ซี่ย์ : จน

ตอนเด็กๆโตมาในบ้านรถพ่วง เล่นบอลข้างถนน จนบังเอิญตามไปดูพี่ชายคัดตัวกับทีมท้องถิ่นในเท็กซัส แต่คลินท์ดันเด่นกว่า ทีมเลยอยากดันคลินท์แทน แต่ที่บ้านจนมาก ไม่มีเงินออกค่าใช้จ่ายให้ เพราะพี่สาวก็กำลังเล่นเทนนิสเยาวชนอยู่เหมือนกัน ทางบ้านเลยเลือกส่งเสียพี่สาวแทน (เพราะฟุตบอลในอเมริกาไม่ค่อยดัง) โชคร้าย พี่สาวดันป่วยเสียชีวิต ครอบครัวถึงกับเสียหลักไปพักนึง เพราะหวังกับพี่สาวไว้เยอะด้วย และ เพราะต้องเสียพี่สาวไป คลินท์เลยต้องกลับมาเป็นกำลังหลักครอบครัวอีกครั้ง มุมานะจนได้เป็นกัปตันทีม จนเข้าตาแมวมอง จนได้ไปเล่นทีมใหญ่ จนทำให้ เขากลายมาเป็น หนึ่งในบุคคลที่ทำให้ “ซอคเกอร์” เฟื่องฟูในอเมริกา ในที่สุด … ทุกคนไม่อาจดูถูกนักเตะจากอเมริกาได้อีกต่อไป … เพราะเด็กคนหนึ่งที่โตมาจากบ้านรถพ่วง …

คาลอส เตเบซ : จน

เตเบซเกิดในย่านชุมชนแออัด หรือจะจัดว่าเป็นสลัมเลยก็ได้ ในละแวกบ้านเขามีแต่คนขายยา ค้าอาวุธและลักขโมย ถูกเรียกว่าเป็นชุมชนที่อันตรายที่สุดในอาเจนติน่า ตอนเป็นเด็กแบเบาะถูกน้ำเดือดลวกตั้งแต่ช่วงคอลงมาถึงหน้าออก (ตอนนั้นยังไม่ถึงขวบเลย) เกือบไม่รอด รักษาอาการอยู่ 2 เดือน เติบโตมาจากฟุตบอลข้างถนน ปากกัดตีนถีบ จนได้ไปเล่นในทีมเยาวชนแถวบ้าน จับพลัดจับผลูได้ไปอยู่อคาเดมี่ของโบค่า จูเนียร์ส พอได้ขึ้นทีมใหญ่ ทีมแพทย์บอกว่าจะรักษาแผลเป็นให้ แต่เตเบซไม่เอา แม้วันนี้จะดังขนาดไหนก็ยังไม่ยอมรักษาแผลเป็น เพราะเขาบอกว่า “นี่คือสิ่งที่เป็นรากเหง้า และ เป็นสิ่งที่บอกตัวตนวัยเด็กของเขา เขาจะไม่พยายามเปลี่ยนแปลงมัน” เช่นเดียวกับ “ฟัน” เตเบซ ฟันหัก เก และห่าง เขาก็ไม่ยอมดัดหรือศัลยกรรมตกแต่ง เพราะเขาบอกว่า ที่ฟันเขาเป็นแบบนี้เพราะตอนเด็กๆ ต้องมีเรื่องชกต่อยเป็นนักสู้ข้างถนนตลอดเวลา เพื่อมีชีวิตรอด เพราะงั้น เขาจะไม่ลืมเลือนเรื่องเหล่านี้

เขาเคยลองเสพย์ยา แต่ก็เลิก .. แล้วไปเลือกเส้นทางที่ถูกต้อง เตเบซไม่เคยบอกว่าเขามีอดีตที่เลวร้าย เขาบอกแค่ว่า เขามีชีวิตวัยเด็กที่ดี เพราะมันทำให้เขาเติบโตมาด้วยความภาคภูมิใจที่ก้าวพ้นเรื่องราวแบบนั้นมาได้ และกลายเป็นคนดีได้อย่างทุกวันนี้


แกเร็ธ เบล : ปานกลาง

ครอบครัวคนธรรมดา ทีแรกแค่ส่งลูกเรียนโรงเรียนกีฬาธรรมดา แต่ลูกชายดันเก่งเว่อร์ เล่นกีฬาเก่งทุกชนิด โดยเฉพาะกรีฑาและวิ่ง ครูพละเลยแนะนำให้ลองเล่นฟุตบอลแบบจริงจังดู (ปกติเล่นรักบี้ แต่ก็เล่นฟุตบอลเก่งมาอยู่ก่อนแล้ว) พอเล่นฟุตบอลเลยมีแมวมองมาดูตอนเล่นบอลโรงเรียน แมวมองชวนไปลองเทรนด์กับอคาเดมี่ดู ตอนแรกก็ไปขำๆ แล้วก็กลับมาเรียนโรงเรียนปกติต่อ จนตอนหลังมาคิดได้ตอน 17 เลยไปเทรนด์อย่างจริงจังกับ เซาธ์แทมตัน แล้วก็ไปดังที่สเปอร์ส และมาอยู่ รีล มาดริด ได้ในที่สุด

เมซุต โอซิล : ปานกลาง – จน

บ้านฐานะธรรมดา ตอนเด็กเล่นบอลใต้ทางด่วน ริมถนน เป็นครอบครัวตุรกีอพยพเข้ามาในเยอรมัน ตอนเด็กๆไม่ค่อยได้รับการยอมรับเท่าไหร่เรื่องเชื้อชาติ แต่เล่นบอลเก่งมาก เลยได้โอกาสไต่เต้าฐานะยกระดับครอบครัวด้วยฟุตบอล

เวสลี่ย์ สไนเดอร์ : ปานกลาง

บ้านฐานะธรรมดา พ่อแม่มีลูก 3 คน ทุกคนเล่นบอลหมด สไนเดอร์ลูกคนเล็ก สไนเดอร์เป็นเด็กตัวที่เล็กที่สุดในบ้าน เลยค่อนข้างมีปัญหาเวลาเล่นฟุตบอลมักเสียเปรียบคนอื่น พ่อแม่เลยอยากให้ได้ดีที่สุด เลยเก็บเงินส่งลูกเข้า โรงเรียนฟุตบอลที่ดีที่สุดในประเทศอย่าง Ajax Amsterdam ค่าเรียนแพงมากๆ สไนเดอร์อยู่ที่นี่ตั้งแต่ 5 ขวบ จนสโมสรดันไปสุดทาง เป็นซุปตาร์ระดับโลกในที่สุด สไนเดอร์บอกว่า ตอนเด็กเห็นรุ่นพี่ซุปตาร์แต่ละคนมาจนชิน เลยไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรเลย ต่อให้พวกพี่เค้าจะดังขนาดไหน

เปลี่ยนรูปให้นะคะจะได้ไม่มีดราม่ากัน ส่วนรูปเดิมรูปนี้ เด็กหัวทองน่าจะเป็นเวสลีย์ค่ะ ไม่ใช่คนด้านหลังนะคะ
เพราะทั้งคู่อายุห่างกันเกือบ 20 ปี ไม่เคยเล่นยุคเดียวกันแน่นอนค่ะ แต่เวสลีย์เคยเล่าในบทสัมภาษณ์ว่าสมัยเป็นนักเตะเยาวชน
เจอรุ่นพี่นักเตะคนดังๆบ่อยมากๆ แม้ตอนนั้นพวกเขาจะดังขนาดนั้น แต่เขาไม่รู้สึกตื่นเต้นเลย อาจเพราะเห็นมาตั้งเด็กมากๆ
จนดูเหมือนพี่เหมือนลุงไปหมด ไม่ใช่ไอดอล

แดนนี่ เวลเบค : ปานกลาง

บ้านอยู่ในชุมชนแออัด พ่อแม่เป็นชาวกาน่า ที่ได้สัญชาติอังกฤษ และเป็นนักสังคมสงเคราะห์ แดนนี่เลยถูกสอนให้เป็นคนใจดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มาตั้งแต่เด็ก โกรธคนยากมาก หน้าบ้านมีสนามเด็กเล่น เลยเล่นฟุตบอลติดสไตล์บอลโกลด์หนูมาตลอด บ้านฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านของตระกูลบราวน์ พอเห็นเด็กบ้านตระกูลบราวน์คนแรกได้ไปเป็นนักเตะแมนฯยู แดนนี่เลยฮึด อยากไปบ้าง ขนาด พี่เวส ยังได้ไปเลย ทำไมเขาจะไปมั่งไม่ได้ (ถั่วต้ม … เวส บราวน์ กับ เวลเบค เป็นเพื่อนบ้านกัน T-T) เลยไปสมัครเข้าอคาเดมี่บ้าง แล้วก็ได้อยู่จริงๆ และกลายมาเป็นมหาเทพ เวลเบ็ค ที่แสนดี งดงาม ฟรุ้งฟริ้งแบบทุกวันนี้

(น้องแดนน่ารักอ้ะ! ><)


ยาคุป บราชอฟสกี้ : ปานกลาง

บ้านคูบ้าไม่มีข้อมูลเรื่องฐานะเท่าไหร่ แต่ชีวิตวัยเด็กโหดมาก ตอน 10 ขวบ พ่อฆ่าแม่ตาย แล้วพ่อก็ติดคุก คูบ้าเลยต้องไปอยู่กับยาย ยายสนับสนุนให้เล่นฟุตบอลมาตลอด ท่าดีใจในปัจจุบันคือ การชูมือขึ้นฟ้า นั่นคือ หมายความทุกอย่างในฟุตบอล เขาขอมอบให้กับคุณยายที่อยู่บนสวรรค์

เพิ่มเติม : คุณ eltshan มาแก้ไขให้ที่คห.30นะคะ
– ของคูบา ที่ยกมือขึ้นฟ้านั่นระลึกถึงคุณแม่นะและคนสนับสนุนให้เล่นบอลเป็นคุณลุงค่ะ

มาโคร รอยส์ : ปานกลาง

รอยส์เป็นเด็กอคาเดมี่ของดอร์ทมุนด์มาตั้งแต่เด็กๆ พ่อแม่ค่อนข้างทุ่มเทพอสมควร ดูเหมือนลูกชายจะมีแวว เลยพยายามสนับสนุนกับอคาเดมี่ฟุตบอลเต็มที่ (ครอบครัวเยอรมันจะค่อนค้างเคร่งครัดมีระเบียบแบบแผน อย่างส่งลูกไปเตะบอลก็จริงจังไปเลย เอาให้สุดๆให้เต็มที่) แต่สุดท้ายก็เหลว เพราะดอร์ทมุนด์ดันไม่เลือกรอยส์ขึ้นทีมใหญ่ รอยส์เคว้งอยู่ช่วงนึง ทางบ้านก็เครียดพอกัน ความรู้สึกก็ประมาณเหมือนลูกเข้าเรียนมหาวิทยาลัยไม่ได้ สุดท้ายมีคนมาแนะนำรอยส์ว่าให้ลองไปคัดตัวที่ เวส อาเลนดู เป็นสโมสรฟุตบอลเล็กๆท้องถิ่น แน่นอนว่าดังน้อยกว่าดอร์ทมุนด์มาก ตอนแรกรอยส์ไม่อยากไปเพราะไกลบ้าน แต่สุดท้ายเมื่อไม่มีที่ไป เลยต้องไปเวสอาเลน … ที่เวสอาเลน ปรากฏว่าที่นี่เป็นเหมือนที่รวมนักเตะที่ “ดอร์ทมุนด์ไม่เอา” ที่นี่ รอยส์ได้เจอกับเควิน โกรสครอยซ์ ที่ถูกดอร์ทมุนด์จำหน่ายออกจากชุดเยาวชนเหมือนกัน พวกเขาเล่นบอลด้วยกันจนเริ่มเข้าตาแมวมอง รอยส์รอดอร์ทมุนด์มาเรียก สุดท้ายก็ไม่มา เลยตัดสินใจไปกลัดบัค จนดังที่กลัดบัค ดอร์ทมุนด์ถึงเรียกตัวกลับมาเล่นให้ทีมใหญ่

ดิดิเย่ ดร็อกบา : ปานกลาง-จน

เป็นชาวไอเวอรี่ โคสต์แต่กำเนิด แต่มีครอบครัวอุปถัมภ์เป็นชาวฝรั่งเศส ดิดิเย่ ถูกพาออกจากบ้านไปอยู่กับลุงตอนเด็กๆ โดยลุงบอกว่าจะพาหลานไปได้ดี ทีแรกบ้านดร็อกบาไม่ยอมให้เขาไป จนเขาจากบ้านไป 3 ปีไปหัดเล่นบอลอยู่กับลุงจนเก่ง (ลุงเป็นนักเตะอาชีพ) ก็กลับมาบ้าน ที่ไอเวอรี่ โคสต์ กลับมาอยู่บ้านได้ม่นาน พ่อแม่ตกงานเพราะเจอพิษเศรษฐกิจ พ่อแม่เลยตัดสินใจส่งดร็อกบาไปอยู่กับลุงที่ฝรั่งเศสอีกรอบ ไปฝรั่งเศสคราวนี้ ระหกระเหเร่ร่อนตามลุงไปอยู่หลายเมืองจนได้เริ่มเล่นบอลอาชีพ คราวนี้ ที่บ้านเริ่มย้ายตามมาที่ฝรั่งเศส และขอร้องให้เขากลับไปเรียนหนังสือ โดยห้ามยุ่งเกี่ยวกับฟุตบอลเด็ดขาด และส่งเขาไปอยู่กับญาติอีกเมือง ดร้อกบาก็หยุดเล่นบอลไปปีนึงเพื่อไปเข้าโรงเรียนจนอายุ 15 มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ทุกอย่างลงตัว (ประหนึ่งบวชเรียนแล้ว) เลยหันมาเริ่มต้นกับฟุตบอลอย่างจริงจัง
ทุกวันนี้ ดร็อกบาเป็นนักเตะที่ มีโครงการการกุศล “เยอะมาก” แต่มักไม่ค่อยทำออกสื่อเท่าไหร่ เป็นอีกคนที่พอมีโอกาส ก็มักจะส่งต่อโอกาสนั้นให้เด็กๆเสมอ

ชีวิตวัยเด็กของนักฟุตบอล ที่คุณอาจไม่เคยรู้