Joox Music

 Joox Music หรือเรียกสั้นๆว่า Joox เป็นเเอปพลิเคชั่นเอาไว้ฟังเพลง

เเละดาวน์โหลดฟรีได้ทั้งในเพลย์สโตร์ เเละ เเอปสโตร์ สมัครฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากจะสมัครสมาชิกเป็น วีไอพี ซึ่งการสมัครวีไอพีของ Jooxนั้น สิทธิในการฟังเพลงที่สมาชิกธรรมดาไม่มีสิทธิ์ฟังได้นั่นเอง เเต่ข้อเสียของสมาชิกวีไอพีนั้น คือ เสียตังนั่นเอง เเต่ก็คุ้ม เพราะว่าสามารถฟังเพลงได้หลากหลายที่สมาชิกธรรมดาไม่สามารถฟังได้นั่นเอง

Joox ยังสามารถบันทึกเพลงที่เราชอบฟังลงในเพลงที่ชอบส่วนตัวของเราได้อีกด้วย ซึ่งเพลงที่บันทึกไว้ ก็จะไปอยู่ที่นั่นหมดเลย เปิดฟังได้สบายๆ เปิดฟังในรถหรืออะไรก็ได้ที่เราเพลินๆ Joox ไม่ได้มีดีเเค่มีเพลงฟังเเบบนี้เท่านั้น ยังมีการร้องคาราโอเกะอีก มีทั้งเเบบอัดเสียงเเละถ่ายเป็นคลิปวิดิโอคู่กับนักร้อง ซึ่งไม่ต้องกลัวร้องผิดเลย เพราะทาง Joox มีเนื้อเพลงไห้ดูเเบบสบายๆไม่ต้องกลัวร้องผิด

สามารถส่งหัวใจไปไห้คนร้องก็ได้ ถูกใจก็ได้ คอมเม้นท์เเสดงความคิดเห็นก็ยังได้ มีเเนวเพลงไห้เลือกหลายเพลง ถ้าเราไม่รู้จะฟังอะไร มีทั้งเเนวดนตรีสากล เเนวผ่อนคลาย สนุกสนาน ไม่ต้องกลัวว่าจะเดาอารมณ์ตัวเองในการฟังเพลงไม่ถูก

เพราะทาง Joox เขาจัดสรรทุกเเนวเพลงมาไว้ใน Joox ที่เดียว พร้อมจัดหาเพลงที่ถูกใจสำหรับทุกคนมาไว้ที่นี่เเล้ว สามารถเลือกดูก่อนเเละถ้ามีเพลงไหนถูกใจก็กดบันทึกเเละฟังได้เลย

สำหรับใครที่อยากดูเอ็มวีของเพลงนั้น ทาง Joox ก็ยังมีอีก สามารถหาดูได้เลย เเละยังมีเรดิโอ คือเเนวเพลงหลากหลาย ที่ไห้เราเลือกฟังได้อีก มีการลงสัมภาษณ์นักร้องหน้าใหม่ ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นการสัมภาษณ์นักร้องที่เเบบเพลงฮิตๆในตอนนี้จะเจอบ่อยที่สุด เเละมีการอัปเดตเพลงใหม่มาเเรงประจำวันเกือบทุกวันทุกเดือน เรียกได้ว่าถ้าเราทำงานจนไม่มีเวลาทำอะไร

หรือตามเพลงยอดฮิตไม่เจอ ก็สามารถเปิดดูที่ Joox ได้เลย สามารถอัดเสียงตัวเองตัวเองลงใน Joox ก็ได้ โหลดเพลงไว้ในโทรศัพท์เวลาไม่มีอินเตอร์เน็ตก็ได้ การฟังเพลงใน Joox สามารถทำไห้ผ่อนคลาย คลายเครียดได้ ฟังเพลงออนไลน์หรือร้องคาราเกะออนไลน์ได้ด้วย

ฟังเพลงจากคลื่นวิทยุ หรือ เรดิโอก็ได้ เพราะเเอปพลิเคชั่น Joox ไม่ใช่เเค่ฟังเพลงได้อย่างเดียว ยังมีไห้ร้องคาราโอเกะ หรือ ฟังเพลงต่างๆ มีเอ็มวีมากมายที่ลงใน Joox ได้อีกด้วย ทำไห้สะดวกสบายในการฟังเพลงต่างๆ หาเพลงง่าย สมัครสมาชิกวีไอพีก็ได้สิทธิพิเศษกว่าใครด้วย

Joox Music

ประโยชน์ของบริการการโอนเงินผ่านมือถือ

มีใครหลายๆคนนั้นที่ใช้บริการธนาคารเพื่อการเงินต่างๆ  เพราะว่าเมื่อเราต้องทำงานเราก็ต้องมีเงินเดือนเมื่อมีเงินเดือนนั้นเราก็ต้องรับเงินผ่านทางธนาคาร  เมื่อเรานั้นมีบัตร atm เราก็ต้องไปกดเงินที่ตู้เพื่อที่เรานั้นจะมาซื้อของใช้ต่างๆที่เราต้องการ

และเมื่อโลกของเรานั้นเริ่มที่มีการเปลี่ยนนั้นความที่เรียกว่าเทคโนโลยีนั้นก็มีให้เรานั้นเลือกใช้ได้อย่างง่ายดายเพราะว่าเดี่ยวนี้นั้นมีการสั่งของทางออนไลน์  มีให้เราเลือกเยอะแยะมากมาย แต่ว่าข้อแม้นั้นเราต้องมีเงินอยู่ในบันชีเพื่อที่จะโอนไปให้ปรายทาง

ในการชำระค่าบริการต่างๆที่เราสั่งของ โดยที่เราไม่ต้องไปธนาคารแต่ว่าเรานั้นใช้ในการโอนผ่านมือถือเพื่อที่จะได้สะดวกในการใช้จ่ายและเราไม่ต้องไปทำธุระการเงินที่ธนาคาร

       ด้วยความที่สะดวกและบวกด้วยเทคโนโลยีที่มีการพัฒนามากขึ้น  การสั่งของออนไลน์นั้นเป็นเรื่องที่ปกติอย่างมาก เพียงแค่เรานั้นมีเงินอยู่ในบันชีเพื่อที่ว่าเรานั้นจะโอนหรือว่าซื้อของออนไลน์  หรือว่าเราต้องการที่จะทำธุระการเงินอย่างเช่นเราจะโอนเงินไปให้แม่นั้นแต่ด้วยว่าเราต้องทำงานเราก็ไม่สะดวกที่จะไปธนาคารเราก็ใช้การโอนเงินที่ผ่านมือถือก็เพราะว่าสะดวกสบายโดยที่เราไม่ต้องไปธนาคารเพราะว่าที่ธนาคารนั้นคนใช้บริการนั้นเยอะ   เราก็ต้องรอต่อแถวในการเรียงคิวรอเรียกชื่อ ถ้าเป็นเมื่อก่อน   

     แต่ด้วยว่าในสถานะนี้นั้นเรามีการพัฒนาอย่างมาก  จึงทำให้เรานั้นสะดวกสบาย อย่างเช่นเรานั้นสั่งของกินเราก็ไม่ต้องถือเงินสดเราก็จ่ายโดยการที่เรานั้นโอนเงินก็ได้ เรานั้นคิดว่าสะดวกสบายเหมือนกัน  และทำให้เราไม่ต้องถือเงินที่มากเพราะว่าเรานั้นจะทำร่วง หรือว่าหล่นหายนั้นได้ นี่เป็นทางเลือกที่เรานั้นสามารถที่จะโอยเงินผ่านแอปธนาคารเป็นเรื่องที่ง่ายอย่างมาก  

    แต่ว่าในขั้นตอนในการที่เราจะโอนเงินนั้นเราต้องมีเน็ตและวายฟายเพื่อที่เรานั้นจะทำธุรการเงินนั้นได้ถ้าเราไม่มีเน็ตนั้นเราก็ไม่สามารถที่จะทำการโอนเงินผ่านมือถือนั้นได้   และด้วยความที่สะดวกสบายเพิ่มมากขึ้นการที่เรานั้นลืมบุตรเอทีเอ็มนั้นเราก็สามารถที่จะกดเงินด้วยการที่เราไม่ต้องมีบัตรเอทีเอ็มนั้นได้เหมือนกัน เพียงแค่เรานั้นมีแอปของธนาคารที่เรานั้นมีอยู่จากนั้นก็ทำตามขั้นตอนที่เขานั้นให้เราทำ  จากนั้นเราก็สามารถที่จะกดเงินออกได้โดยที่เราไม่ต้องมีบัตรเอที่เอ็มอีกต่อไป เรานั้นก็ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมากขึ้น  

ประโยชน์ของบริการการโอนเงินผ่านมือถือ

เบื้องหลังของแอปพลิเคชันคือคอมพิวเตอร์

เมื่อก่อนระบบสารสนเทศเป็นเพียงแต่ระบบที่เป็นการส่งต่อข้อมูลต่างๆ ณปัจจุบันเป็นการส่งต่อข้อมูลรวมถึงเป็นการเชื่อมต่อผู้คนเข้าหากันผู้คนในปัจจุบันมีการติดต่อสื่อสารกันง่ายมากยิ่งขึ้นโดยการผ่านระบบสื่อสารต่างๆไม่ว่าจะเป็นระบบแลนโดยใช้อินเทอร์เน็ตสาย หรือจะเป็นระบบ WiFi

ที่เป็นระบบอินเตอร์เน็ตที่ไม่ได้ใช้ เหล่านี้ก็คือลักษณะในการที่เป็นการเชื่อมต่ออุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์หรือแม้แต่เป็นสมาร์ทโฟนต่างๆที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเข้าหากันได้ โดยแต่ละอุปกรณ์จะต้องมีระบบประมวลผลหรือระบบในการที่จะรับสัญญาณต่างๆในคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่จะมีระบบในการที่จะรับสายแรงอยู่แล้วแต่ในบางเครื่องจะต้องมีการติดตั้งอุปกรณ์ที่ทำให้สามารถรับระบบ WiFi ได้

 หากมีการเชื่อมต่อในระบบอินเทอร์เน็ตแล้วไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์สื่อสารใดๆก็สามารถใช้อินเตอร์เน็ตในการหาข้อมูลหรือแม้แต่จะเป็นส่งต่อองค์ความรู้ต่างๆครับโหลดสิ่งต่างๆที่ให้ความสนใจหรือที่ตัวเองสนใจได้ และในปัจจุบันตัวเครื่องไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ก็มีราคาที่ค่อนข้างถูกลงกว่าเมื่อก่อนเป็นจำนวนมากจากเมื่อก่อนเครื่องละเป็นแสนแต่ในปัจจุบันมีราคาเพียงแค่หลักหมื่น

หรือบางเครื่องก็ราคาเพียงแค่หลักพันเท่านั้นก็สามารถหาซื้อเครื่องอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เหล่านี้มาใช้ในบ้านตัวเอง สามารถพัฒนาตัวเองผ่านอุปกรณ์ต่างๆในระบบอินเทอร์เน็ตที่ในปัจจุบันมีข้อมูลจำนวนมากในโลกออนไลน์ พอเครื่องคอมต่างๆที่มีราคาถูกมากลงจะทำให้มีขายทั่วไป 

อุปกรณ์หรือเครื่องมือเครื่องไม้ต่างๆก็มีราคาถูกลงกว่าเมื่อก่อนเป็นจำนวนมากนี่เองจึงทำให้ท่านทุกคนที่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ระบบระบบการติดต่อสื่อสารเทคโนโลยีสารสนเทศผ่านระบบ Wifi หรือระบบแลนได้แล้วนะปัจจุบัน ผู้ใช้งานในประเทศหรือแม้แต่จะเป็นทั่วโลกมีจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นเพราะทุกคนสามารถเข้าถึงระบบต่างๆได้

 แล้วยังมีสมาร์ทโฟนที่รองรับระบบการติดต่อสื่อสารที่ทำให้ทุกๆคนใช้อุปกรณ์ได้เหมือนกันและมีความสามารถในการที่จะเข้าถึงแหล่งข้อมูลต่างๆ นอกจากนี้ในส่วนของ Application ที่มีให้บริการในโทรศัพท์มือถือส่วนในคอมพิวเตอร์ก็จะเป็นในส่วนของโปรแกรมต่างๆก็มีให้ใช้งานและอัพเดทผ่านระบบออนไลน์หรืออินเทอร์เน็ตได้แล้วเป็นระบบง่ายมากๆ

ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์สื่อสารรูปแบบใดในช่วงที่มีการพัฒนาหรือช่วงที่มีการทำขึ้นมาย่อมต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการทำอยู่เสมอ เพราะคอมพิวเตอร์คือ หัวใจหลับในการที่จะพัฒนาแอพพลิเคชั่นต่างๆ รวมถึงโต๊ะพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้นเพราะคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่มีการพัฒนาอยู่เสมอ จึงจะเห็นทุกๆบริษัทที่มีการพัฒนาไม่ว่าจะเป็นทางด้านนวัตกรรมใหม่ๆด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆที่เข้ามาพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในบริษัทนั้นจะมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ค่อนข้างมากและระบบการติดต่อสื่อสารอินเทอร์เน็ตที่ดีเพราะว่าจะทำให้การพัฒนา งานต่างๆเหล่านี้เป็นไปด้วยความราบรื่นและสามารถพัฒนาได้อย่ารวดเร็ว 

เบื้องหลังของแอปพลิเคชันคือคอมพิวเตอร์

ความแต่งต่างระหว่างคอมพิวเตอร์กับโน๊ตบุ๊ค

หลายๆคนคงรู้จักดีว่าสองสิ่งนี้มีการใช้งานที่ค่อนข้างจะคล้ายๆกันมาก แต่อาจจะต่างกันบ้างในบ้างส่วน และคุณสมบัติและการทำงานมีประสิทธิภาพในการใช้งานเทียบเท่ากันเลยทีเดียว แต่ขึ้นอยู่ที่ว่าแต่ละคนว่าจะสะดวกใช้งานแบบไหนมากกว่ากัน ฉะนั้นขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละคนว่าชอบการใช้งานแบบไหนมากกว่ากันเพราะว่าตัวโปรแกรมบางตัวอาจจะทำงานต่างกัน

จึงจะต้องเลือกความสะวกในการใช้งานของแต่ละคนเพราะการทำงานอาจจะแต่งต่างกันไปบ้าง แต่คนที่ทำงานส่วนใหญ่อาจจะใช้ตัวคอมพิวเตอร์กันซะมากกว่าเพราะองค์ระกอบต่างๆในการทำงานน่าจะดูครบเครื่อง ส่วนโน๊ตบุ๊คนั้นส่วนมากจะเป็น นักเรียน นักศึกษา ซะมากกว่าที่จะนิยมใช้งานกันเยอะ

การใช้งานที่ต่างกัน

ประสิทธิภาพในการทำงานนั้นมีความสามารถเทียบเท่ากันเลยคนส่วนใหญ่จึงเลือกเอาตามความสะดวกสบายกันทั้งนั้น เพราะการทำงานของแต่ละคนมีความแตกต่างกันเลยเลือกใช้ตัวเลือกมีความเหมาะสมกับเรามากที่สุด เพื่อให้เกิดปัญหาในการใช้งานและเกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้น้อยที่สุด อย่างไรก็ตามการที่เราเลือกใช้สิ่งที่เหมาะสมและสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพถือว่าเป็นเรื่องที่ดีแก่ตัวเราเสมอ อย่างเช่น ถ้าหากคุณต้องการ ทำสื่อหรือตัดต่อวิดีโอเ ล่นเกม ได้อย่างมีประสิทธิภาพเราแนะนำว่าควรใช้งานในคอมพิวเตอร์น่าจะดีกว่าเพราะดูรวมๆแล้วองค์ประกอบหรืออุปกรณ์การใช้งานน่าจะเหมาะสมกว่าในเรื่องนี้ด้วยและใช้งานสะดวกกว่าการใช้งานผ่านโน๊ตบุ๊ค แต่ถ้าคุณไว้ใช้สำหรับการพิมพ์งานหรือในการทำงานได้อย่างสะดวก เราแนะนำว่าควรใช้โน๊ตบุ๊คดีกว่าเพราะสามารถพกพาได้อย่างสะดวกสบายและยังสามารถทำงานได้ตลอดเวลาหรือในสถานที่นั้นๆ เลยมักเป็นที่นิยมสำหรับคนที่ทำงานหรือคนที่เรียนอยู่ เพราะว่าการใช้งานแบบนี้น่าจะสะวกกว่า 

ประโยชน์ของการใช้งาน

เมื่อเราต้องทำงานแต่งต่างกันเราจึงต้องเลือกสิ่งที่อำนวยความสะดวกแก่เราให้ได้มากที่สุด เพราะการใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊คเริ่มเป็นที่นิยมและเป็นที่ต้องการของคนในปัจจุบันเหมือนกัน เพราะสามารถใช้งานได้ง่าย รับส่งข้อมูลอย่างรวดเร็ว ได้รับข้อมูลอย่างถูกต้อง ใช้ค้นคว้าหาความรู้ นอกจากนี้ใช้งานได้อย่างสะดวกสบายแล้วยังสามารถใช้งานดียิ่งขึ้นอีกด้วย นั้นการที่จะเลือกซื้อไว้ใช้งานควรดูจากความเหมาะสมและตรงความต้องการของราด้วย เพื่อสะดวกในการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดข้อผิดพลาดในการทำงานได้น้อยที่สุด ดังนั้นเราควรเลือกให้ดีๆว่าต้องการและเน้นใช้งานแบบไหนจะได้เกิดประโยชน์มากที่สุดในการซื้อมาใช้งาน

ความแต่งต่างระหว่างคอมพิวเตอร์กับโน๊ตบุ๊ค

ประโยชน์ของโทรศัพท์

ถ้าพูดถึงโทรศัพท์มือถือนั้นคุณจะนึกถึงการคุยสนทนาผ่านเครือข่ายสัญญาณมือถือที่มีประโยชน์มากกว่านั้นเพราะปัจจุบันนี้แค่มีโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวก็สามารถทำได้หลายๆอย่างแล้วจะประกอบธุรกิจขายสินค้าก็ได้คุยงานผ่านมือถือการไลฟ์สดขายสินค้าก็ทำได้ง่ายๆ

แค่ผ่านมือถืออย่างเดียวแต่ประสิทธิภาพไม่ด้อยไปกว่าคอมพิวเตอร์ ไอแพดและแท็บเล็ตเลยแม้แต่น้อยแต่ต่างกันที่ลักษณะและขนาดเของเครื่องเท่านั้นเองแต่ประสิทธิภาพการใช้งานนั้นเทียบเท่ากันและไม่ด้อยไปกว่ากันเลยโทรศัพท์มือถือก็สามารถทำสื่อสร้างภาพสไลด์ตัดต่อวิดีโอได้เหมือนกันแต่อาจจะมีอุปสรรค์แค่ขนาดของจอและเครื่องที่มีขนาดเล็กก็เท่านั้น

แต่การใช้งานถือว่าดีเลยและบางแอปพลิเคชั่นก็อาจจะตัดต่อได้ง่ายกว่าคอมพิวเตอร์นอกจากนี้โทรศัพท์มือถือบางรุ่นอาจจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไปเช่นไอโฟนถ้าหากคุณมีอินเตอร์เน็ตหรือไวฟายก็สามารถ(Facetime)ฟรีและมีสติ๊กเกอร์น่ารักๆให้เราได้เลือกตกแต่งเพื่อใช้งานได้ตามความต้องการของเราแต่ละรุ่นจะมีคุณสมบัติที่เด่นแตกต่างกันไป

แต่อยากให้ทุกคนมองว่าโทรศัพท์มือถือหนึ่งเครื่องไม่ได้มีไว้แค่โทรคุยสนทนาเฉยๆอยากให้มองลึกๆถึงประโยชน์ของมือถือว่ามีอะไรบ้างที่สามารถทำให้เรารู้สึกว่าใช้มันได้คุ้มค่าคุ้มราคากับที่ซื้อมากที่สุดแต่คนส่วนมากอาจจะใช้ไว้เพื่อเล่นเกมออนไลน์เช่นROV PUBG เป็นต้นแต่คนบางส่วนก็อาจใช้สื่อสารกันแลกเปลี่ยนข้อมูลกันผ่านทางข้อความตรงส่วนนี้ก็มีความสำคัญอย่างมากต่อการใช้งานโทรศัพท์มือถือส่วนมากก็น่าจะไว้สื่อสารกันซะมากกว่า

เมื่อเวลาเดินทางไกลหรือไม่ก็เมื่อไปเที่ยวแล้วหลงทางกันกับเพื่อนก็ถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆในการพกติดตัวไว้ตลอดทุกครั้งที่ออกจากบ้านไว้ใช้ติดต่อกันก็ถือว่ามีประโยชน์อย่างมากในการใช้งานแต่ถ้าหากไปสถานที่ที่แบบเป็นทะเลยหรือมีภูเขานั้นในบางครั้งสถานที่นั้นๆก็อาจจะอับสัญญาณสัญญาณของโทรศัพท์มือถือเข้าไม่ถึงก็อาจจะมีบ้างในบางกรณี

เพราะถูกบางสิ่งบางอย่างบดบังคลื่นสัญญาณมือถือทำให้เราไม่สามารถติดต่อใครได้ไปชั่วขณะเราควรเดินไปหาพื้นที่โล่งๆเพื่อให้สัญญาณมือถือของเราใช้งานได้หรือไม่ก็ต้องออกมาเดินข้างๆถนนที่เสาต่างๆตรงจุดบริเวณนั้นอาจจะพอสัญญาณของโทรศัพท์มือถือของเราอยู่บ้างแต่ในกรณีนี้ไว้ใช้เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเพื่อเป็นการเซฟตัวเองไปในตัวด้วยเราจะเห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะมีข้อดีและเสียปะปนกันไปแต่ถ้าหากเราใช้งานได้ถูกวิธีมันก็จะมีประโยชน์กับเรามากๆ

ประโยชน์ของโทรศัพท์

เราจะดูคอมตั้งโต๊ะแบบใหม่กันและราคาถูก

ถ้าเป็นเมื่อในอดีตนั้นเราต้องใช้คอมพิวเตอร์แบบเป็นจอนูนและต้องเป็นตู้เหลี่ยมของ cpu ซึ่งอาจจะทำให้เรานั้นดูเปลืองเนื้อที่แต่ว่าด้วยเดี่ยวนี้นั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงในการที่เรานั้นพัฒนาดีไซน์ที่สวยและก็ไม่แพ้โน๊ตบุ๊คนั้นเลยเพราะว่ามีความบางจอนั้นใหญ่

ส่วนคนที่ทำงานในออฟฟิตนั้นก็จะได้คอมที่สวยดีไซน์ที่ดีที่เรานั้นเรียกว่า  All in one ที่รวมคอมพิวเตอร์และหน้าจอนั้นเอาไว้ในจอเดียว ซึ่งเรานั้นสามารถที่จะให้งานได้สะดวกยิ่งขึ้นและมีภาพที่คมชัดและเดี่ยวนี้การที่เรานั้นมีคอมพิวเตอร์เอาไว้ในบ้านนั้นไม่แค่การทำงานแต่ว่ายังเป็นเครื่องที่สามารถตบแต่งบ้านได้อีดด้วย ซึ่งวันนี้เรานั้นจะมาบอกคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะแบบว่าราคานั้นถูก

แต่เรานั้นเชื่อว่าสวยและใช้งานได้อย่างครบครันมาในรูปแบบว่า All in one ที่เรานั้นหาซื้อได้ทั่งไป และแถมยังลง windows 10 ขอแท้อีกด้วยซึ่งวันนี้จะมีรุ่นอะไรบ้างไปอ่านกันเลยค่ะ 

  1. Lenovo ideacentre aio 520   ซึ่งตัวนี้อาจจะเป็นตัวที่แรงมากที่สุดและอาจจะเป็นตัวที่ดีที่สุดที่ตอนนี้เรานั้นหาได้เพราะว่า Ram มากถึง 8 Gb ที่เยอะที่สุดที่เรานั้นได้ทำการลิสต์เอาไว้เพราะว่าจะช่วยให้คุณนั้นได้เปิดโปรแกรมทำงานพร้อมกันได้หลายอย่างในราคาประมาณ 17,990 บาท ซึ่งในตัวนี้เป็นคอมที่ตั้งโต๊ะที่มีราคานั้นถูกแต่มีความสวยงามที่โดดเด่นอีกด้วยที่มาในรูปแบบ All in one ที่ไม่ต้องต้องมีตู้เหลียมนั้นให้เกะกะสายตา 
  2. Lenovo ideacentre Aio520 เป็นเพียง 2 รุ่นที่มีหน้าจอ touch screen ใช้ทำงาน หรือว่าพนักงาน ใช้กับ Point of saie ก็ง่ายซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่ขนาดหน้าจอใหญ่ที่สุดในลิสต์ ซึ่งใหญ่ถึง 23.8 นิ้วถ้าใช้งาน interactive Ram 4 Gb ก็เพียงพอ แต่ถ้าใช้ส่วนตัวก็น่าจะเพิ่ม Ram เป็น 8 Gb ที่อาจจะได้ เพราะว่าเป็นสิ่งที่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะตัวนี้นั้นโดดเด่นอย่างมากเพราะว่าไม่ใช่แค่เพียงที่มีหน้าจอ 24 นิ้วเพียงเท่านั้นแต่เป็น intel  optane 16 Gb ที่เก็บข้อมูลเร็วสายฟ้าฟาดแบบ ssd 
  3. Acer Aspire c20-830    ตัวนี้นั้นก็มากับเทคโนโลยีที่ปกป้องดวงตาจากความเมื่อยล้าแต่ว่าตัวนี้จะเป็นจอที่เล็กลงมากว่าสองตัวนั้นจอภาพนั้นจะอยู่ที่ 19.5  ซึ่งก็ไม่เล็กไม่ใหญ่กว่าโน๊ตบุ๊คทั้งหมด และด้วยราคาที่น่าสนใจมากเรื่องประสิทธิภาพตัวนี้สูงมา กับ CPU ปรหยัด Intel Pentium J5005 บน Ram 4 GBและก็ Harddisk ที่ 500 GB ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะสำหรับงานที่ไม่หนักหรือว่าเป็นงานแอดมิน ด้วยดีไซน์บอดี้และขาตั้งคล้าย  imac 
เราจะดูคอมตั้งโต๊ะแบบใหม่กันและราคาถูก

การดูแล Notebook มีดังต่อไปนี้

โน้ตบุ๊คเป็นคอมพิวเตอร์ยอดนิยม 

เพราะออกแบบให้สะดวกสบายสำหรับในการใช้งาน และก็ลดการใช้ไฟฟ้ามากกว่าคอมพิวเตอร์แบบจัดวางบนโต๊ะ แต่ว่าข้อเสียคือค่อนข้างบอบบางทำให้ต้องมีการดูแล เพื่อช่วยต่ออายุการใช้งาน ได้นานๆ เราไปดูกันเลยดีกว่าว่าอะไรบ้างที่เราควรดูแล



1.การดูแลแบตเตอรี่แบตเตอรี่ของโน้ตบุ๊คบางทีอาจจะใช้งานในทำนองเดียวกับโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต โดยในตอนที่เปิดเครื่อง ให้ใช้งานกับแบตเตอรี่ก่อน เมื่อไฟลดเหลือราวๆ 70-80% จึงเปิดสวิทซ์ใช้งานกับไฟบ้าน เพื่อแบตเตอรี่ได้ใช้งาน และเป็นการลี่ยงการใช้งานกระทั่งแบตเตอรี่หมดเกลี้ยง เพราะจะส่งผลให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว



2.หน้าจอ และบานพับของโน้ตบุ๊คหน้าจอเป็นส่วนที่บอบบางสามารถเกิดปัญหาได้ตลอดๆ รวมทั้งทำให้จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่าย ในการใช้งานอย่าพับจอ ให้เปิดค้างไว้อย่างนั้น จะพับก็เมื่อจำต้อง ขนถ่ายไปดำเนินงานที่อื่นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้สายแพร์ที่เชื่อมต่อระหว่างหน้าจอกับตัวเครื่องเสี่ยงฉีกขาด โดยหาผ้ามาหุ้มเพื่อกันฝุ่นผง



3.แป้นของโน้ตบุ๊คควรจะหาผ้าอุปกรณ์ที่สามารถกันน้ำได้มาปิด ซึ่งอย่างไรก็ควรจะกังวลเรื่องความร้อน ห้ามปิดแบบคลุมครอบไปทั้งหมด เพราะโน้ตบุ๊คดีๆ บางรุ่นจะไม่มีปัญหาอะไรทำนองนี้ เนื่องจากมีส่วนที่ช่วยป้องกันน้ำอยู่ใต้คีย์บอร์ดการใช้งานแป้นอักษรคีย์บอร์ดแบบต่อเสียบยูเอสบี ที่หาซื้อมาไว้ใช้งานแทนคีย์บอร์ดโน้ตบุ๊ค ก็เป็นแนวทางที่ช่วยถนอมหรือต่ออายุ การใช้แป้นขอบโน้ตบุ๊คได้ด้วยเหมือนกัน แล้วก็ยังสบายสำหรับการใช้งานมากกว่าด้วย



4.พอร์ต USB ในโน้ตบุ๊คพอร์ตนี้ถ้าหากจำต้องถอดออกหรือแทงหรือต่อพ่วงอยู่เสมอๆ ให้หาอะแดบเตอร์มาใช้ เพื่อต่อผ่านเครื่องมือตัวนี้อีกครั้ง เพื่อปกป้องพอร์ต USB ไม่ให้เสียหาย และช่วยต่ออายุการใช้พอร์ต USB ได้อีกด้วย



5.พัดลมระบายความร้อนธรรมดาโน้ตบุ๊คจะมีพัดลมระบายความร้อนอยู่แล้ว การหาพัดลมมาใช้งานเพิ่ม ดังเช่น พัดลมแบบวางใต้โน้ตบุ๊ค ก็จะช่วยลดความร้อน ลงได้ ยิ่งไปกว่านี้ ก็ไม่สมควรวางโน้ตบุ๊คบนผ้า จะต้องวางบนพื้นเรียบเพื่อให้สามารถระบายความร้อนของโน้ตบุ๊คได้ เพราะการวางบนผ้าจะก่อให้ความร้อนของโน้ตบุ๊คสะสมสูงมากกว่าปกติ ในโน้ตบุ๊คบางรุ่นเมื่อร้อนจัดๆ เมื่อวางบนพื้นที่เป็นผ้า บางครั้งอาจร้อนถึงขั้นปิดเครื่องไปเอง เป็นระบบป้องกันภัย ถ้าพบว่าโน๊ตบุ๊คมีลักษณะดังที่ได้กล่าวไม่ต้องสงสัยเลย เพราะต้นเหตุก็คือความร้อนนั่นเอง



6.ปุ่มเปิด/ปิดหรือปุ่มที่เราเรียกว่า Power ของโน้ตบุ๊คการเปิด/ดับเครื่องจะใช้ปุ่ม Power ให้กดปุ่มนี้เบาๆบางคนจะบี้หรือกดไปแรงๆ ทำให้ปุ่มเสียเร็วมาก ต่อไปนี้ก็หยุดบี้ซะ และกดเบาๆก็เพียงพอแล้ว โดยยิ่งไปกว่านั้นพบว่าส่วนใหญ่ผู้ที่ใช้โน้ตบุ๊คที่เป็นสาวๆ จะชอบทำให้ปุ่มนี้พังทลายเร็วกว่าคุณผู้ชาย



7.โน้ตบุ๊คบางรุ่นจะมีปัญหากับความชื้นเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะพบปัญหาเกือบทุกครั้ง โดยจะมีลักษณะอาการเปิดแล้ว จอไม่ขึ้นอะไร โดยที่เครื่องนั้นติดแล้วเริ่มปฏิบัติงาน อย่างไรก็ตามสามารถแก้ไขเบื้องต้นได้โดยการถอดแรมออกมาแล้ว เอายางลบมาลบรอบๆ ลายปริ๊นต์ หรือเอาเครื่องไป ผึ่งแดด หรือใช้น้ำยาไล่ความชุ่มชื้น



8.ระวังฝุ่นละอองเข้าไปโน้ตบุ๊ค การใช้งานในสถานที่ที่มีฝุ่นเยอะๆ จะส่งเสริมให้โน้ตบุ๊คพังเร็ว เพราะฉะนั้นต้องระมัดระวังฝุ่นละออง จะต้องมีผ้าที่เอาไว้คลุมปิดเมื่อหยุดใช้งาน รวมทั้งนำเครื่องไปทำความสะอาดบ้าง นานๆ ครั้ง บางครั้งอาจจะรื้อถอนองค์ประกอบด้านในออกเพื่อทำความสะอาดบ้าง



9. อะแดปเตอร์ ตัวแปลงไฟโน้ตบุ๊คการใช้โน้ตบุ๊คของบางบุคคลจะเสียบปลั๊กไฟไว้ตลอด ไม่มีการปิดสวิทซ์ที่ปลั๊กไฟทำให้อะแดปเตอร์ร้อนอยู่เสมอตลอดเวลา ซึ่งก็เป็นไปได้เลยว่าทำให้เสียเร็วขึ้นแน่นอน ดังนั้นเมื่อหยุดใช้งานก็ควรจะปิดสวิทซ์ที่ปลั๊กไฟฟ้าให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

การดูแล Notebook มีดังต่อไปนี้

การใช้ code ต่างๆของคอมพิวเตอร์

การใช้ code ต่างๆ ของภาษา HTML ในการพัฒนาเว็ปไซต์ มีดังนี้

การพัฒนาเว็ปไซต์ในปัจจุบันมีหลายภาษาในการเขียน ซึ่ง HTML เป็นสิ่งที่ง่าย และสำคัญที่สุด เพราะเป็นภาษาที่ใช้ในการแสดงผลของหน้า browser เว็ปไซต์ ให้ยูสเซอร์อย่างเราๆได้รับชม ได้เล่นเว็ปไซต์กัน

การเขียนโค้ดทาง HTML มีหลายคำสั่ง หลายแท็กที่ต้องใช้ วันนี้เราจะมาเรียนรู้กันแบบง่ายๆ ก่อน

แท็ก <u><i><b>เป็นแท็กที่เกี่ยวข้องกับลักษณะของตัวหนังสือโดยตรง เป็นการเล่นลูกเล่นของตัวหนังสือ โดยการทำงานให้แทรกข้อความที่ต้องการในระหว่างแท็ก <u>ข้อความที่ต้องการ</u>, <i>ข้อความที่ต้องการ</i>, <b>ข้อความที่ต้องการ</b>โดย <u>คือ ข้อความขีดเส้นใต้, <i> คือ ข้อความตัวเอียง, <b> คือ ข้อความตัวหนา มีอีกพิเศษคือ <strong>ข้อความ</strong> โดยแท็ก <strong> นี้จะทำให้ข้อความในแท็ก มีลักษณะเป็นตัวหนาขึ้น

หากเราต้องการใส่รูปภาพที่หน้าเว็ป ให้ใช้แท็ค <img> ซึ่งการทำงานคือ <imgscr=“url หรือ path ที่เก็บรูปภาพ”></img> ซึ่งเรายังสามารถใส่ option อื่นๆ เช่น ความกว้าง หรือ ความสูงให้กับรูปภาพได้อีกด้วย เช่น <imgsrc=“image.jpg” width=“200”>หรือ <imgsrc=“image.jpg” height=“100”> แบบนี้ และเรายังสามารถทำรูปเป็นลิงค์กดแล้วไปที่อื่นได้ด้วย โดยการนำแท็ก <a>มาใช้ร่วมกัน ดังนี้ <a href=“เว็ปไซต์ที่ต้องการลิงค์ไป”><imgsrc=“url รูปภาพ” width=“200”></img></a>

ทริคอีกอย่างก็คือ เราสามารถแทนอักขระพิเศษบางอย่างได้ด้วย คำพิเศษ ดังนี้ 

<      แทนด้วย     &lt;

>      แทนด้วย     &gt;

&     แทนด้วย     &amp;

”      แทนด้วย     &quot;

เว้นวรรค แทนด้วย &nbsp;

การจัดรูปแบบหน้าของภาษา HTML นั้น โดยส่วนมากหากเป็นเว็ปไซต์บทความ หรือเว็ปไซต์ใดๆต่างๆก็ตามที่มีบทความ โดยส่วนมากแล้วการจัดบทความจะใช้แท็กคำสั่ง <p>…บทความที่ต้องการ…</p> หากขึ้นย่อหน้าใหม่ ก็ขึ้นแท็ก <p>…</p> ใหม่นั่นเอง

หากเราเริ่มทำเว็ปไซต์จนเริ่มใหญ่มากๆ มีโค้ด HTML หยุบหยับจนเริ่มจำไม่ไหว เราขอแนะนำตัวช่วยที่สำคัญ ที่ช่วยได้เป็นอย่างดีก็คือ แท็กคอมเม้นนั่นเอง โดยลักษณะการเขียนโค้ดคือ <!– ระบุคอมเม้น –> ซึ่งเราจะเขียนข้อความระบุอะไรก็ได้ที่ช่วยกันลืมให้เรา โดยข้อความที่เราเขียนในแท็กคอมเม้นนั้น จะไม่แสดงผลออกไปที่หน้าเว็ปนั่นเอง สะดวกสบายมากๆ

การใช้ code ต่างๆของคอมพิวเตอร์

ถังขยะในคอมพิวเตอร์ (Recycle Bin)

ถังขยะในคอมพิวเตอร์ (Recycle Bin) กับเรื่องน่ารู้

Recycle Bin มีหน้าที่ คือ เป็นถังสำหรับเพื่อใส่ขยะบน Windows เป็นที่เก็บไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ไม่ต้องการแล้วอยากจะลบทิ้ง สามารถเรียกกลับได้ แต่ว่าถ้าหากทำการกดคำสั่งเทถังสำหรับใส่ขยะหรือกระทำการลบไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่อยู่ในถังสำหรับใส่ขยะแล้วจะไม่อาจขอคืนข้อมูลได้ 

สำหรับผู้ใช้งาน Windows โดยปกติพวกเราสามารถสั่งกู้ไฟล์พวกนั้นกลับมาได้โดยตรงจาก Recycle Bin  ดังนั้นการเรียกใช้งานไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่อยู่ใน Recycle Bin คืน สามารถทำได้ดังนี้

  1. ดับเบิ้ลคลิก ณ บริเวณ Recycle Bin สำหรับเปิดหน้าต่างในการทำงานขึ้นมา
  2. เลือกไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่อยากจะกู้คืน
  3. คลิกที่ตัวเลือกที่ขึ้นว่า File จากนั้นเลือก Restore หรือ คลิกขวาเลือก Restore

หากเราตั้งการเคลียร์ถังขยะให้โล่งไม่หลงเหลือสิ่งที่เราไม่ต้องการ เราสามารถทำการลบไฟล์ใน Recycle Bin ได้ แต่ต้องทบทวนดีๆ เพราะถ้าหากดำเนินการไปแล้วจะไม่สามารถนำกลับคืนมาได้อีก

การลบไฟล์ทั้งหมดใน Recycle Bin สามารถทำได้ 2 วิธีดังนี้

วิธีที่ 1 

1) Double click ณ บริเวณตำแหน่ง Recycle Bin สำหรับเปิดหน้าต่างในการทำงานขึ้นมา

2) ทำการเลือกไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่อยากจะลบ

3) คลิกที่ตัวเลือกที่ขึ้นว่า File จากนั้นเลือกตัวเลือก Delete หรือ คลิกขวาเลือก Delete

 

วิธีที่ 2

1) Double click ณ บริเวณ Recycle Bin สำหรับเปิดหน้าต่างในการทำงานขึ้นมา

2) คลิกที่ตัวเลือกที่ขึ้นว่า File จากนั้นเลือก Empty Recycle Bin

หรือ สังเกตรูป Recycle Bin ที่แสดงให้เห็นตรงบน Desktop คลิกขวาที่ตรงนี้ จากนั้นเลือก Empty Recycle Bin โดยจะแสดงหน้าต่างบางอย่างขึ้นมาเพื่อยืนยันการลบ

ถ้าหากคลิก Yes เท่ากับว่าไม่ได้อยากลบไฟล์หรือโฟลเดอร์จากแผ่นดิสก์

ถ้าคลิกเลือก No เท่ากับว่า ยืนยันที่จะลบไฟล์หรือโฟลเดอร์ออกมาจากแผ่นดิสก์

คำเตือน คือ เมื่อลบแล้วไม่อาจขอคืนไฟล์หรือโฟลเดอร์กลับมาได้

ทั้งนี้อาจจะมีบางครั้งที่พบว่า เมื่อดำเนินการลบบางอย่างไปแล้ว ทำบางไฟล์ถึงไม่ได้หายไป ไม่ไปอยู่ที่ถังสำหรับใส่ขยะ Recycle Bin สาเหตุที่เป็นเช่นนี้อาจเกิดขึ้นได้จาก 2 กรณี ในกรณีที่1 เมื่อตอนที่คุณทำการลบหากคุณกดปุ่ม Shift แล้วกดคำสั่งลบไฟล์ (ไฟล์จะไม่อยู่ใน Recycle Bin) ในกรณีที่ 2 ถ้าหากคุณลบภายใต้คำสั่ง CMD (Command) ไฟล์พวกนั้น จะไม่เก็บใน Recycle Bin

มาถึงตรงนี้ผู้เขียนหวังว่าเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ Recycle Bin  คงจะสามารถช่วยให้คุณสามารถรู้เรื่องและใช้งานเกี่ยวกับ Recycle Bin ได้มากขึ้นกว่าเดิมและช่วยให้คอมพิวเตอร์ของคุณสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้ก็อย่าลืมที่จะหมั่นดูแลถังสำหรับใส่ขยะบ่อยๆ เพราะว่าถ้าหากมีขยะมากขึ้นก็สิ้นเปลืองพื้นที่ในคอมพิวเตอร์โดยไร้ประโยชน์

ถังขยะในคอมพิวเตอร์ (Recycle Bin)

การใช้ while Loop

การใช้ while Loop ในแบบ PHP มีดังนี้

นักพัฒนาเว็ปไซต์ที่เก่งๆหรือขั้นชำนาญแล้วนั้น ต้องรู้จักการใช้ while loop กันมาบ้าง ไม่มากก็น้อย เพราะเป็นการเขียนโค้ดที่ทรงพลัง ช่วยลดการทำงานต่างๆได้เป็นอย่างดี

ช่วยในการคำนวณ หรือปริ้นข้อมูลที่ทำซ้ำๆ เราก็ไม่ต้องเขียนเงื่อนไขเดิมๆหลายๆรอบ เพียงแต่ใช้คำสั่งจำพวก while loop ช่วยเหลือ ซึ่งการทำงานของมันเป็นอย่างไรนั้น มาลองดูกันเลยดีกว่า

การใช้คำสั่ง For Loop แบบเดิมๆ เบสิคๆนั้น เราต้องรู้จำนวนรอบที่แน่นอนในการคำนวณ ว่าชุดข้อมูลที่เราจะคำนวณหรือวิเคราะห์นั้น จะคิดกี่รอบ 5 รอบ 10 รอบ 100 รอบ 1000 รอบ เป็นต้น แต่ว่า ก็มีหลายๆเคส หลายๆครั้ง ที่เราเองก็ไม่อาจทราบได้ว่าจะต้องคิดกี่รอบ คิดไปถึงเมื่อไหร่ เช่น เราไม่รู้ว่าลูกค้าวันนึงจะสั่งของกี่รอบ ต้องตัดบิลกี่ครั้ง อะไรเหล่านี้เป็นต้น

เราสามารถใช้คำสั่ง while loop ทำงานได้เช่นกัน โดยกำหนดเงื่อนไข เอาไว้ให้ทำงาน ซึ่งแบ่งได้สองแบบคือ

เช็คเงื่อนไขก่อนแล้วค่อยทำ หรือ ทำก่อนแล้วค่อยเช็คเงื่อนไข ดังนี้

  • เช็คเงื่อนไขก่อนแล้วค่อย ข้อเสียของการทำงานแบบนี้คือ อาจจะเป็นไปได้ที่บางครั้งโค้ดจะไม่ทำงานเลย เพราะว่ามันไม่เข้าเงื่อนไขเลยซักรอบ หรือตั้งแต่ทีแรก อะไรแบบนี้

การทำงานให้ใช้แบบนี้ while(เงื่อนไข){ ถ้าเงื่อนไขเป็นจริง ทำให้ทำในนี้ }

  • แบบที่สองนี้คือ ทำก่อนหนึ่งรอบ แล้วค่อยเช็คเงื่อนไข ซึ่งการทำแบบนี้ อย่างน้อยๆ มีการทำก่อนหนึ่งรอบแน่นอนการรันตี แล้วค่อยไปเช็คเงื่อนไขว่าทำเพิ่ม ทำต่อได้อีกไหม ซึ่งเขียนได้แบบนี้

Do{ }while(เงื่อนไข);

ซึ่งหากลองยกตัวอย่างดูเช่น ให้ลองคำนวณผลคูณกำลังสองของเลข 5 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีค่าเกินกว่า 1000 แล้วให้หยุด ก็จะเป็นดังนี้

วิธีแรก <?php 

    $result = 1;

    while($result <= 1000){

        $result = $result *5;

        echo “<br>”.$result;

    }

?>

วิธีที่สอง

<?php 

    $result = 1;

    do{

        $result = $result *5;

        echo “<br>”.$result;

    }

    while($result <= 1000);

?>

จะได้ผลลัพธ์เหมือนกันคือ 5 25 125 625 3125 แล้วก็หยุด เพราะ 3125 เป็นเลขที่เกิน 1000 ตามเงื่อนไขแล้ว จึงไม่นำไปคำนวณต่อ

การใช้ while Loop